“อายุ 66 แล้วก็อยากสวยอ่ะเนาะ”
ประโยคนี้แม่ต้อยบอกเลยว่ามันออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ ค่ะ เพราะไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ ความรู้สึกที่อยากดูดี อยากแต่งหน้าแล้วมีความสุข อยากส่องกระจกแล้วชอบตัวเอง มันไม่ได้หายไปตามอายุเลยนะคะ
วันนี้แม่ต้อย (ภรรยาคุณโน๊ต เชิญยิ้ม) จะมารีวิวการ แก้ดึงหน้า กับคุณหมอดารินทร์ (แพทย์หญิงดารินทร์ ม่วงไทย ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ว.27751) ที่ The SiB Plastic Surgery ค่ะ ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ความกระชับและริ้วรอยต่าง ๆ ยังดูดีมาก จนใคร ๆ ก็ทายอายุผิดกันหมดเลยค่ะ

อายุ 66 แล้วก็อยากสวยเหมือนเดิม ผิดตรงไหน?
พออายุมากขึ้น สิ่งที่แม่ต้อยเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอค่ะ ริ้วรอยเพิ่มขึ้น กรอบหน้าไม่เหมือนเดิม และคอเริ่มหย่อน แต่สิ่งที่ทำให้แม่ต้อยรู้สึกไม่สบายใจมากที่สุดคือ “ใบหน้าที่ไม่เท่ากัน” ค่ะ สำหรับคนทั่วไปอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สำหรับเราที่เวลาแต่งหน้าแล้วต้องเห็นหน้าตัวเองในกระจกทุกวัน มันกลับส่งผลต่อความรู้สึกมาก ๆ เลยค่ะ
“เวลาแต่งหน้าหรืออะไร เรารู้สึกไม่มีความสุขเลยค่ะ”
เพราะสำหรับผู้หญิงเรา การแต่งหน้ามันคือช่วงเวลาที่เราอยากมองตัวเองแล้วรู้สึกดีใช่ไหมคะ แต่พอใบหน้าทั้งสองข้างไม่สมมาตร สิ่งที่เคยเป็นกิจกรรมสนุก ๆ มันก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องคอยกังวลตลอดเวลาค่ะ

ทำไมถึงเป็นเคสยาก? เคยดึงหน้ามาแล้ว แถมเป็น Bell’s Palsy ด้วย
สิ่งที่ทำให้เคสของแม่ต้อยมีความซับซ้อนและยากกว่าการดึงหน้าทั่วไป คือแม่ต้อยมีประวัติเป็น Bell’s Palsy (ภาวะใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก) ค่ะ ภาวะนี้ส่งผลให้การเคลื่อนไหวและความสมมาตรของใบหน้าทั้งสองข้างแตกต่างกัน ซึ่งแม่ต้อยจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่องด้วยการกินยา รวมถึงฉีดโบท็อกตามการรักษาของแพทย์ค่ะ
แถมแม่ต้อยยัง เคยไปดึงหน้าจากที่อื่นมาก่อนด้วย แต่ผลลัพธ์ไม่ประสบความสำเร็จค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป ความหย่อนคล้อยและริ้วรอยก็ยังกวนใจอยู่ การผ่าตัดครั้งก่อนอาจทำให้โครงสร้างและเนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
โจทย์ของคุณหมอครั้งนี้เลยไม่ได้มีแค่ “ทำยังไงให้หน้าตึงขึ้น?” แต่ต้องคิดถึงว่า “ทำยังไงให้ใบหน้าทั้งสองข้างดูสมดุลขึ้นและแก้ปัญหาจากการผ่าตัดเดิมไปพร้อมกัน” แม่ต้อยบอกคุณหมอตรง ๆ ตั้งแต่แรกเลยว่าเป็น Bell’s Palsy ซึ่งงานนี้ไม่ง่ายตั้งแต่ต้นเลยค่ะ แต่คุณหมอดารินทร์ก็ไม่ถอย และช่วยรับโจทย์วางแผนให้อย่างละเอียดเลยค่ะ

ผ่าตัด 8 ชั่วโมง เพราะความปลอดภัยต้องมาก่อน
เรื่องการเตรียมตัวและการดูแลระหว่างผ่าตัดก็สำคัญมากค่ะ เนื่องจากการผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง และแม่ต้อยเองมีปัญหาเรื่องความดันโลหิตที่ขึ้น ๆ ลง ๆ การผ่าตัดเลยต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดสุด ๆ
“ในห้องผ่าตัดมี วิสัญญีแพทย์ คอยดูแลความปลอดภัยให้ตลอดเลยค่ะ พอฟื้นจากยาสลบแล้ว ก็ยังต้องพักฟื้นและเฝ้าสังเกตอาการต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมงจนกว่าร่างกายจะกลับมาอยู่ในภาวะปกติค่ะ สำหรับแม่ต้อยมองว่าการผ่าตัดใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการวางแผนและดูแลความปลอดภัยอย่างเหมาะสมแบบนี้แหละค่ะ”

เกือบ 2 ปีแล้ว… ทายอายุทีไร ผิดทุกที!
ปัจจุบันผลลัพธ์ผ่านมานานเกือบ 2 ปีแล้วค่ะ แต่แม่ต้อยยังรู้สึกว่าทั้งความตึง ความกระชับ และริ้วรอยต่าง ๆ ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปเยอะเลย จากคนที่เคยไม่สบายใจเวลาแต่งหน้า ตอนนี้กลายเป็นว่า ไปไหนก็สบาย ๆ ไม่แต่งหน้าก็ยังรู้สึกว่าตัวเองดูดีค่ะ
ที่แฮปปี้สุด ๆ คือไปไหนก็มีแต่คนชมว่า “สวยจังเลย” และที่พีคกว่านั้นคือ ไม่มีใครทายอายุแม่ต้อยถูกเลยค่ะ! หลายคนเดาว่าแม่ต้อยอายุประมาณ 40-50 ปี ไม่มีใครคิดเลยว่าอายุ 66 แล้ว แม่ต้อยดีใจมาก ๆ ค่ะ เพราะใบหน้าที่เห็นในกระจกตอนนี้ มันสะท้อนความรู้สึกข้างในที่ยังสดใสของเราออกมาได้มากขึ้นจริง ๆ ความมั่นใจมาเต็มมากค่ะ!
สรุปความประทับใจ
ถ้าย้อนกลับไป สิ่งที่ทำให้แม่ต้อยตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งนี้ ไม่ได้อยากย้อนวัยไปเป็นสาว 20 หรืออยากเปลี่ยนเป็นคนอื่นนะคะ แม่ต้อยแค่อยากกลับมารู้สึกดีกับตัวเองอีกครั้ง อยากแต่งหน้าแล้วมีความสุข ออกไปข้างนอกแบบไม่ต้องกังวล และอยากมองกระจกแล้วรู้สึกว่า “นี่แหละ เราในเวอร์ชันที่เราชอบ”
สำหรับเคสยาก ๆ แบบแม่ต้อย ทั้งเคยดึงหน้ามาก่อนและมี Bell’s Palsy การวางแผนต้องประเมินเป็นรายบุคคลจริง ๆ ค่ะ ไม่สามารถใช้สูตรเดียวกับคนที่ไม่เคยผ่าตัดได้ แม่ต้อยประทับใจที่คุณหมอดารินทร์เก่งและใส่ใจเคสของแม่ต้อยมาก ๆ ค่ะ
“แม่ต้อยอยากฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่า อย่าเพิ่งคิดว่าอายุเยอะแล้วจะหมดสิทธิ์สวยนะคะ เพราะสำหรับแม่ต้อย… 66 ก็ยังสวยได้ค่ะ ถ้าเรายังอยากดูแลตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย ท้ายที่สุดแล้ว การดึงหน้าไม่ใช่แค่ทำให้หน้าเด็กลง แต่มันคือการทำให้เรากลับมา ‘ชอบตัวเองอีกครั้ง’ และแม่ต้อยพูดได้เต็มปากเลยว่าทำครั้งนี้ คุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ”


English


หน้าแรก
โปรโมชั่น
สอบถาม
จองคิวฟรี