‎ยกกระชับใบหน้า ให้ใบหน้าได้ในพริบตา

‎ยกกระชับใบหน้า ให้ใบหน้าได้ในพริบตาเพิ่มความละมุนให้กับหน้าผากจมูกและคาง


          ผู้หญิงหลายๆ คน คงอยากมีหน้าผากที่มนกลมและเข้ารูปกับใบหน้า รวมถึงอยากมีรูปหน้าที่เรียวกรอบหน้าชัด และอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็ คือ จมูกสามสิ่งที่เราพูดวันนี้ถ้าใบหน้าคุณ ขาดความสมดุลย์อะไรไปบางอย่างก็จะทำให้หน้าแข็งได้ วันนี้พี่พอลลี่เลยอยากจะชวนทุกๆ คนที่มีปัญหาหน้าแข็ง ดุ มาปรับเปลี่ยนลุคให้ตัวเองกันค่ะ

 

          สาวๆ หลายคนคงอยากมีใบหน้าที่สวยพี่ก็เหมือนกันก่อนอื่นที่จะเล่าไปเยอะกว่านี้ขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ พี่ชื่อพอลลี่เป็นนักธุรกิจ แต่ในรีวิวนี้พี่จะแทนตัวเองว่าพี่แล้วกันนะคะ เพราะว่าเรียกชื่อตัวเองอาจจะดูยาวไป มาเข้าเรื่องกันเลยค่ะ ก่อนที่พี่จะตัดสินใจมาปรับเปลี่ยนรูปหน้าของตัวเองอันดับแรกเลย คือ หนึ่งช่วงอายุที่มากขึ้นและหลายสิ่งหลายอย่างของใบหน้าพี่ก็เปลี่ยนไป เช่น จากคนที่เคยมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยไขมันหน้าผากนูนสวยหน้าได้รูปตอนนี้อายุมากขึ้นสิ่งเหล่านี้ก็เริ่มหายไป ทางออกเดียวก็คือต้องทำศัลยกรรม‎ยกกระชับใบหน้าเพื่อปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้หน้าเราเนี่ยดูหวานละมุนมากขึ้น

 

 

          พี่ก็เลยตัดสินใจทำศัลยกรรมสามอย่างเนี่ยพร้อมกันในทีเดียว หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าการทำหน้าผาก จมูกแล้วก็คางพร้อมกันจะมีปัญหาอะไรไหม พี่แอบกระซิบนิดนึงแล้วกันอันดับแรกเลยขึ้นอยู่กับการดูแลของเราด้วยสภาพผิวหนังของเราด้วยว่าจะมีอาการบวมช้ำง่ายมากน้อยขนาดไหน แต่พี่เป็นคนที่บวมช้ำค่อนข้างน้อย ดังนั้นการทำศัลยกรรมสามอย่างพร้อมกันสำหรับพี่จึงไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย พี่มั่นใจและกล้าทำเพราะว่าเราทำกับศัลยกรรมแพทย์ตกแต่งโดยเฉพาะดังนั้นการศัลยกรรมเนี่ยปลอดภัยแน่นอน 100% เพราะว่าพี่หาข้อมูลมาดีรายละเอียดมากในการทำศัลยกรรมแต่ละครั้ง เราต้องเลือกคุณหมอที่มีความชำนาญสถานพยาบาลต้องได้รรับรองถูกต้องตามกฎกระทรวงสาธารณสุข

 

 

          วันที่พี่ตัดสินใจเข้ามาปรึกษาคุณหมอนะคะ ขอบอกปัญหาก่อนเลยหน้าผากพี่แบนลีบแล้วก็มีรอยลึกลงไปเพราะยิ่งแก่ไขมันบริเวณเนี่ยมันก็หายไปด้วย  แถมหน้าผากตัดเป็นแนวตรงดูไม่มีมิติ ไม่ว่าจะมองด้านข้าง ด้านหน้าหรือด้านไหนก็แล้วแต่คือน่าจะแข็งมากและดูดุ ดูไม่หวานละมุนเลย อีกหนึ่งอย่างก็คือจมูกพี่เคยเสริมจมูกมาแล้วหนึ่งครั้ง ตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มรัดแกนมากขึ้นและปลายจมูกมันก็เริ่มหดรั้งทำให้ปลายจมูกแหงนขึ้นทรงจมูกตอนเนี่ยไม่สวยไม่ได้รูป รู้สึกว่าจมูกมันสั้นอยากได้จมูกที่มันยาวขึ้นแล้วก็เห็นปลายจมูกมากขึ้นลดแกนตรงระหว่างหัวตาให้มันต่ำลงด้วย ปัญหาสุดท้ายของพี่คางสั้นตัดไม่รับกับใบหน้า อันเนี่ยคางจริงของพี่นะ พี่ไม่เคยทำเขาอะไรกับคางมาก่อนสมัยตอนที่ยังสาวๆ พี่รู้สึกใบหน้าพี่กับคางเนี่ยมันก็รับกันดี แต่พออายุมากขึ้นพี่รู้สึกว่าคางมันตัดแล้วตอนนี้หน้ามันก็ดูไม่ละมุนเหมือนสมัยก่อน อาจจะเป็นเพราะอายุ พี่ก็เลยให้คุณหมอช่วยประเมินใบหน้าว่าเราควรแก้ไขตรงจุดไหนบ้างและจุดบกพร่องของพี่ตรงนี้ ที่พี่คิดว่ามันมีปัญหาเนี่ยถ้าแก้ไขแล้วมันจะดีขึ้นไหม

 

 

          คุณหมอแจ้งว่าสามารถทำได้และที่สำคัญไปกว่านั้นคือสามารถทำพร้อมกันได้ในครั้งเดียวเราจะได้ดูแลรักษารอบเดียวไปเลย คุณหมอแจ้งว่าถ้าหน้าพี่อยากทำหน้าผากต้องใช้เป็นซิลิโคนสำเร็จรูปพี่ก็โอเค  คุณหมอจะมีการวัดขนาดของหน้าผากเราแล้วก็ซิลิโคนที่จะใส่ลงไปในหน้าผากเราว่าต้องใส่ไซส์ไหนขนาดเท่าไหร่ และเราพอใจกับความโหนกนูนขนาดที่คุณหมอประเมินไหม หน้าผากพี่ใส่ประมาณ ไซส์ M ใครที่อยากเสริมหน้าผากต้องเข้ามาให้คุณหมอประเมินแบบตัวต่อตัวนะคะ ไม่สามารถวิเคราะห์ด้วยตัวเองได้ต้องให้แพทย์ผู้มีประสบการณ์แนะนำเท่านั้นไม่งั้นหน้าผากที่ได้ออกมาจะไม่หวานนั่นเอง

 

 

          จมูกพี่คุณหมอแนะนำให้แก้แบบโอเพ่นกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง  เพราะว่าการแก้ไขโดยการใช้ซี่โครงตัวเองเนี่ย มันจะทำให้เราสามารถยืดเนื้อปลายจมูกออกมาได้ยาวและเยอะขึ้น ขนาดของใบหน้าพี่ตอนนี้ถ้าเทียบสัดส่วนก่อนและหลังให้ดูจะรู้เลยว่าหน้าพี่เปลี่ยนไปค่อนข้างที่จะเยอะมากจมูกก็ดูละมุนขึ้นหน้าผากก็ดูหวานขึ้น อีกจุดหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือคางพี่เสริมคางโดยใช้ซิลิโคนเปิดแผลจากด้านใน  บอกเลยว่าการเสริมคางทำให้พี่น้ำหนักลดไปหลายโลเลยทีเดียว เพราะว่าพี่จะกินได้แต่พวกอาหารอ่อนอ่อนและรสไม่จัด เพราะถ้าเกิดเราทานอาหารรสจัดอาจจะทำให้แผลในช่องปากเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้

 

 

          ก่อนทำถ้าในเคสของพี่ก็จะมีการตรวจสุขภาพร่างกายก่อนผ่าตัดเสร็จแล้วก็เอามายื่นก่อนผ่าตัดประมาณเจ็ดวันให้คุณหมอดูก่อนว่าเราสามารถผ่าตัดได้ไหมเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเราต้องงดวิตามินก่อนผ่าตัดประมาณสองถึงสามสัปดาห์ วันผ่าตัดต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อดอาหารประมาณเจ็ดถึง 8 ชั่วโมง เพราะว่าเราเป็นศัลยกรรมใหญ่ผ่าตัดเสริมหน้าผากทำจมูกแล้วก็ทำคาง

 

 

          วันที่พี่ตัดสินใจก็มาถึงเจ้าหน้าที่บริการดีมากมีการให้เรากรอกประวัติต่างๆ แล้วก็เตรียมตัวเข้าผ่าตัดวันที่ผ่าตัดอ่ะไม่ต้องแต่งหน้ามานะคะ เล็บห้ามทา ใส่เสื้อที่มีกระดุมด้านหน้ามา ถ้าจำไม่ผิดพี่น่าจะเข้าไปรอคุณหมอก่อนผ่าตัดประมาณ 10 ถึง 15 นาทีเจ้าหน้าที่จะพาเราไปให้น้ำเกลือก่อนเข้าห้องผ่าตัด  และหลังจากนั้นช่วงเวลาผ่าตัดพี่ก็ไม่รู้สึกอะไรแล้วเพราะว่าคุณหมอได้มีการให้ยานอนหลับ รู้ตัวอีกทีนึงก็มีผ้าพันบริเวณใบหน้ามา แล้วก็มีบริการฉีดยาฆ่าเชื้อสามเข็มหลังจากผ่าตัดเสร็จต้องมาทุกวันนะคะ สามวันติดแต่ถ้าเกิดเรามีอาการบวมช้ำมากเราสามารถซื้อวิตามินลดบวมกับทางคลินิกได้ พี่ต้องใช้วิตามินลดบวมเพราะว่าเราทำสามอย่างพร้อมกัน มันก็จะช่วยทำให้หน้าพี่อ่ะไม่ค่อยมีอาการบวมช้ำมากเท่าไหร่

 

 

          หลังจากผ่าตัดเสร็จไปแล้วพี่ก็กลับไปพักผ่อนที่บ้านหรือใครจะขอคุณหมอเปิดห้องพักคนไข้ด้านบนก็ได้ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแล้วแต่ใครสะดวกจะบอกว่าที่นี่เค้ามาตรฐานเดียวกับโรงบาลเลย ดังนั้นไม่ต้องห่วงเลยนะคะ เรื่องความปลอดภัยที่นี่อันดับหนึ่งเลยค่ะ กลับบ้านดูแลตัวเองยังไงคำถามเนี่ยเพื่อนๆ ถามพี่เยอะมากเพราะว่าเราทำสามอย่างพร้อมกันคือพี่จะพยายามนอนหมอนสูงนะคะ พี่จะใช้หมอนสองใบเรียงกันเพื่อให้สูงนอนประมาณ 45 องศาคุณหมอแจ้งว่าการนอนหมอนสูงเนี่ยจะลดอาการบวมและลดแรงดันเลือดที่ใบหน้าได้ดี

 

 

          อันดับแรกเลยห้ามนอนคว่ำช่วงแรกๆ ทุกคนอาจจะนอนไม่หลับเนี่ยคือเรื่องปกติไม่ต้องกังวล แล้วก็ห้ามนอนตะแคงในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์แรกด้วยอันนี้สำคัญนะคะ เพราะว่ามันจะทำให้หน้าผาก จมูก คาง เราผิดรูปได้ ดังนั้นควรมีหมอนล็อคคอด้วย ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการประคบเย็นในช่วงสามถึงสี่วันแรกให้ประคบบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา แล้วก็บริเวณจุดต่างๆ ที่เรารู้สึกว่ามันมีอาการบวมตรึง หลังจากนั้นแล้วให้ประคบอุ่น เน้นอุ่นนะ เพราะว่าช่วงที่เรามีอาการอยู่ ผิวหนังบริเวณใบหน้าเราจะไม่รู้สึกหรอกว่ามันร้อนหรืออุ่นดังนั้นให้คนไข้ทุกคน คุณหมอจะแจ้งประจำเลยให้เอาผ้ามาลองทดสอบที่ฝ่ามือตัวเองก่อนว่ามันอุ่นจริงไหมพี่ก็ทำเช่นนั้น เพื่อป้องกันหน้าไหม้นั่นเอง กินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดคุณหมอจะให้ยาฆ่าเชื้อมาแล้วก็ยาแก้ปวดยาลดบวม กินให้ครบ งดสระผมประมาณ 14 วัน รอตัดใหม่ก่อนแล้วค่อยสระผม ถ้าถามความรู้สึกของพี่ พี่บวมมากๆ ในช่วงแค่ 1-2-3 วันแรกและหลังจากนั้นน่ะหน้าพี่ก็ลดอาการบวมช้ำได้ไวเช่นกันพี่คิดว่าน่าจะได้จากวิตามินของทางคลินิกที่พี่ซื้อเพราะว่ามันช่วยได้มากทีเดียวเพื่อนๆ คนไหนที่ทำศัลยกรรมและอยากลดบวมเร็วพี่แนะนำเลยค่ะ ให้ซื้อวิตามินลดบวม

 

 

         อาหารการกินที่ทำให้แผลหายไวคุณหมอแจ้งว่าให้ทานอาหารที่มีโปรตีนสูงงดอาหารผักดอง  เหล้าแอลกอฮอล์อาหารรสเผ็ดรสจัดอย่างน้อยเนี่ยประมาณ 14 วัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหนักเช่นออกกำลังกายก้มศีรษะงดแต่งหน้าทาครีมบริเวณที่มีบาดแผลหลีกเลี่ยงการใส่หมวกแน่นๆ เพราะว่าเราทำหน้าผากไปด้วยใส่หมวกมันก็จะกดแล้วแผลมันอยู่ในผม

 

 

          ถ้าถามความรู้สึกของพี่หลังจากที่ทำศัลยกรรมครั้งนี้ไปคนรอบตัวทักว่าหน้าพี่หน้าหวานขึ้น จากสมัยก่อนที่เป็นคนที่หน้าดุตอนนี้พวกลูกน้องกล้าเข้ามามาคุยเข้ามาเล่นกับพี่มากขึ้น ถ้าถามว่าประสบความสำเร็จในการทำศัลยกรรมครั้งนี้ไหมพี่ตอบได้คำเดียวเลยว่าประสบความสำเร็จมากค่ะ แล้วก็ภูมิใจด้วยที่เลือกคลินิกไม่ผิดคุณหมอดารินทร์ มีประสบการณ์และเก่งมากจริงๆ ถ้าพี่คิดจะทำศัลยกรรมอะไรเพิ่มเติมพี่ก็คงจะกลับมาหาคุณหมออีก พี่ยกให้คลินิกนี้เป็นหนึ่งในใจของพี่ไปแล้ว รวมถึงพี่แนะนำคนรอบตัวพี่ตลอดว่าถ้าอยากทำสวยต้องให้คุณหมอดารินทร์ทำเท่านั้น รับรองคุณจะไม่ผิดหวัง

 

‎ยกกระชับใบหน้า ให้ใบหน้าได้ในพริบตาเพิ่มความละมุนให้กับหน้าผากจมูกและคาง

 

          เดี๋ยวรอดูตอนเข้าที่จริงๆ ตอนช่วงสามถึงหกเดือนและหนึ่งปีว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง เพราะตอนเนี่ยเพียงแค่ประมาณ 14 วันพี่ยังรู้สึกเลยว่าหน้าเปลี่ยนมากและสวยขึ้นเยอะมากๆ เดี๋ยวมาติดตามผลตอนต่อไปกันค่ะ ว่าถ้าเข้าที่แล้วผลลัพธ์จะเป็นยังไงวันนี้ไปก่อนนะบ๊ายบาย หรือใครที่มีความสงสัยอยากสอบถามพี่เพิ่มเติมสามารถทักอินบ็อกซ์มาได้เลยค่ะยินดีตอบทุกคำถาม อันนี้เป็นรีวิวจริงจากพี่พอลลี่เพราะเรื่องความสวยพี่ก็อยากให้เพื่อนๆ หรือใครที่ได้เข้ามาอ่านบทความนี้สวยเหมือนพี่เช่นกัน

คลินิกศัลยกรรม , คลินิกเสริมความงาม

สนใจหัตถการด้านความงาม คลิกปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย