การดึงหน้าผู้หญิง VS ดึงหน้าผู้ชาย ต่างกันอย่างไร?
การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นหัตถการที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างแท้จริง เพราะช่วยฟื้นฟูความกระชับบนใบหน้า คืนความอ่อนเยาว์ และเสริมความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับการรักษาได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า การดึงหน้าในผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีความแตกต่างกัน ทั้งในแง่ของเทคนิคที่ใช้และผลลัพธ์ที่ต้องการ
วันนี้เราขอพาคุณมาทำความเข้าใจถึงความต่างของการดึงหน้าในผู้ชายและผู้หญิง ผ่านมุมมองของศัลยแพทย์ตกแต่ง เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจหากคุณกำลังพิจารณาศัลยกรรมดึงหน้า
เหตุผลในการดึงหน้าผู้หญิง VS ดึงหน้าผู้ชาย แตกต่างกัน
แม้ผู้ชายและผู้หญิงจะมีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือการดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่แรงจูงใจในการเข้ารับการผ่าตัดก็ต่างกันบ้าง เช่น
ผู้หญิงมักต้องการ รูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์ ใบหน้าดูสดใส มีโครงหน้าเรียวขึ้น และดูมั่นใจมากขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงเรื่องความมั่นใจเวลาแต่งหน้าและเข้าสังคม
ผู้ชาย มักเข้ารับการดึงหน้าเพื่อรักษาภาพลักษณ์ในโลกของการทำงาน เช่น ผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการดูมีพลัง สดใส และแข่งขันกับคนรุ่นใหม่ หรือบางรายที่ต้องการให้ตนเองดูอ่อนวัยเท่าคู่สมรสที่อายุน้อยกว่า
ลักษณะใบหน้าที่แตกต่างกันของเพศชายและหญิง
ผู้ชาย มีผิวหน้าที่หนากว่า กล้ามเนื้อแน่นกว่า และมีโครงหน้าที่เหลี่ยมกว่าผู้หญิง
ผู้หญิง มีใบหน้าที่เรียว โค้งมน และผิวที่บางกว่า ทำให้เทคนิคการดึงหน้าต้องปรับให้เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละบุคคล
อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างคือ ระบบไหลเวียนโลหิตในผิว: ผู้หญิงมีระบบไหลเวียนที่ดีขึ้น ฟื้นตัวได้ไวกว่า ในขณะที่ผู้ชายมีโอกาสเลือดออกมากกว่าในระหว่างผ่าตัด
การฟื้นตัวและความกังวลเรื่องแผล
- ผู้หญิง มักมีความเข้าใจเรื่องเวลาฟื้นตัว และสามารถใช้การแต่งหน้า หรือผมยาวเพื่อปิดรอยแผลระหว่างพักฟื้นได้
- ผู้ชาย อาจรู้สึกกังวลมากกว่าเรื่องรอยแผล เพราะไม่สามารถใช้วิธีปกปิดเหมือนผู้หญิงได้ ศัลยแพทย์จึงมักแนะนำให้ผู้ชายไว้หนวดเคราชั่วคราวหลังผ่าตัด เพื่อปกปิดรอยบวมช้ำในช่วงแรก

เทคนิคดึงหน้าเฉพาะทาง
แพทย์จะพิจารณาโครงสร้างใบหน้า ความหย่อนคล้อย และลักษณะของผิว เพื่อเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม เช่น
SMAS Facelift: ดึงกล้ามเนื้อชั้นลึกเพื่อยกกระชับแก้มและแนวกรามให้ได้รูป
Deep Plane Facelift: เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจน ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนานกว่า
Neck Lift: ดึงเฉพาะบริเวณลำคอ เหมาะกับผู้ที่มี “เหนียง” หรือหนังใต้คางห้อย
การดึงหน้า + ดึงคอ: จำเป็นหรือไม่?

แล้วควรเลือกดึงหน้าแบบไหนดี?
สำหรับผู้หญิง
ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเรียว หวาน อ่อนวัย
ควรใช้เทคนิคที่ช่วยปรับความโค้งมนของใบหน้า
ใช้เทคนิคซ่อนแผลในไรผมหรือรอบหู
สำหรับผู้ชาย
ต้องการคงความแข็งแรงของกรอบหน้า
เน้นการตัดแต่งส่วนเกิน เช่น หนังใต้คาง หรือกรอบหน้า
ควรเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการจัดการผิวหน้าผู้ชายโดยเฉพาะ
โครงสร้างผิวและรูปหน้า แตกต่างกันระหว่างเพศ
ดวงตาและคิ้ว: ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด
ดวงตาเป็นจุดโฟกัสสำคัญของใบหน้า เป็นทั้งสัญลักษณ์ของอารมณ์และความรู้สึก และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการระบุเพศของใบหน้า
ผู้หญิง มักมีดวงตาที่ ใหญ่ และ ดูเปิดกว้าง มากกว่า โดยหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ดูเช่นนั้นคือ ระยะห่างระหว่างคิ้วกับดวงตาที่มากกว่า รวมถึงลักษณะของคิ้วที่ เรียว โค้ง และตั้งสูง ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนโยนและดูมีเสน่ห์ ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่มองเห็นชัดเจนเมื่อมีอายุมากขึ้น การดึงหน้าบางกรณีอาจทำการดึงหน้าผากขึ้น หรือดึงหางตาให้เชิดขึ้น
ผู้ชาย มักมีดวงตาที่ ลึกและเล็กกว่า โดยคิ้วจะมีลักษณะ ตรง หนา และอยู่ชิดกับดวงตามากกว่า ส่งผลให้ใบหน้าดูแข็งแรงและมีความเป็นชายชัดเจน ส่วนใหญ่แล้วในผู้ชายจะไม่ค่อยเน้นเรื่องการยกหางตานัก แต่จะเพียงดึงขึ้นเพื่อเก็บหนังส่วนเกินเท่านั้น
โหนกแก้มและแก้ม: จุดต่างที่กำหนดอารมณ์ของใบหน้า
ผู้หญิง มักมีโหนกแก้มที่ สูงและชัดเจน แก้มจะมีลักษณะ กลม นุ่มนวล และเต่งตึง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและสดใส มีความโค้งละมุนกว่า
ผู้ชาย จะมีโหนกแก้มที่ แบนกว่า และแก้มที่ดู แห้งเรียบกว่า ไม่เน้นความอ่อนหวาน แต่แสดงออกถึงความเข้มแข็งของใบหน้า

คางและแนวกราม: เส้นแบ่งความเป็นชายและหญิง
ผู้หญิง มีแนวกรามที่ เรียวและเล็กลงไปทางปลายคาง ทำให้ใบหน้าดูมีทรง V-shape เป็นธรรมชาติ คางมักจะไม่เด่นชัดและไม่ยื่นมากนัก เมื่อทำการดึงจะเน้นดึงหน้าเน้นให้ใบหน้าเรียวขึ้น ดูละมุนขึ้น
ผู้ชาย มีแนวกรามที่ กว้าง ชัดเจน และเป็นทรงเหลี่ยม คางมักจะยื่นออกมาชัดเจน เป็นลักษณะของ “คางสี่เหลี่ยม (Square Jawline)” ที่เสริมภาพลักษณ์ความแข็งแรง เมื่อทำการดึงหน้า จึงจะเน้นการดึงหน้าเพื่อเน้นให้สันกรามชัดขึ้น

โครงหน้าโดยรวมและผิวหนังที่มีความแตกต่างกัน
ผู้ชาย: มีโครงหน้าที่เหลี่ยมกว่า ผิวหนากว่า
ผู้หญิง: รูปหน้าจะออกรีมากกว่า ผิวหนังบางกว่า แต่มีการไหลเวียนเลือดดีกว่า จึงเสี่ยงแทรกซ้อนจากการผ่าตัดน้อยกว่า
ในขณะเดียวกัน ทั้งสองเพศต่างเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เหมือนกันเมื่ออายุมากขึ้น เช่น หนังตาตก ร่องแก้มลึก มุมปากตก และริมฝีปากบางลง
ความแตกต่างในการฟื้นตัวหลังผ่าตัด
ผู้ชายมักมีเลือดออกมากกว่าระหว่างผ่าตัด
ผู้หญิงสามารถปกปิดแผลหรือรอยบวมด้วยการแต่งหน้า หรือผมยาว ซึ่งช่วยลดความกังวลในช่วงพักฟื้นได้มากกว่าผู้ชาย
ผู้ชายบางคนจึงเลือกทำหัตถการที่ใช้เวลาพักฟื้นน้อย เช่น การตัดหนังคอออกโดยตรง (Direct Excision of Neck Skin)
การวางแผนการผ่าตัดต้องคำนึงถึงทุกปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็นการดึงหน้าผู้หญิง VS ดึงหน้าผู้ชาย จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า การดึงหน้าไม่ใช่การผ่าตัดแบบ “สูตรเดียวใช้ได้ทุกคน” แต่ต้องอิงตามเพศ อายุ โครงสร้างใบหน้า ความคาดหวัง และรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแต่ละราย
ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็น SMAS Facelift, Deep Plane Facelift หรือการดึงหน้าร่วมกับ Neck Lift เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติที่สุด
การดึงหน้าในผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกันทั้งในด้านกายภาพ วัตถุประสงค์ และเทคนิคที่ใช้ การเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการปรับเทคนิคให้เข้ากับเพศและโครงสร้างของใบหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ฟื้นตัวไว และสวยงามในระยะยาว
ที่ The SiB Plastic Surgery เราเข้าใจความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ชายและผู้หญิง ทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางของเราพร้อมวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะสมกับแต่ละเคส เพื่อให้คุณกลับมามั่นใจในรูปลักษณ์ตัวเองอีกครั้งอย่างปลอดภัยที่สุด

English


หน้าแรก
โปรโมชั่น
สอบถาม
จองคิวฟรี