Transman แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย

แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย – Transman


 

ผ่าตัดแปลงเพศ เป็นการผ่าตัดขั้นตอนสุดท้ายของการรักษาผู้ป่วย ที่มีความผิดปกติของการรับรู้เพศ ให้มีลักษณะภายนอกตรงตามสภาพจิตใจ ซึ่งปัจุบันวิทยาการทางการแพทย์ได้มีการค้นพบเทคนิคผ่าตัดสมัยใหม่ ช่วยให้บุคคลเหล่านั้นกลายเป็นจริงได้อย่างใจต้องการได้ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขกับเพศที่ตนเองเลือก ดังนั้นการผ่าตัดแปลงเพศจึงเป็นเรื่องใหญ่ จึงควรมีการเตรียมตัวศึกษาข้อมูลการผ่าตัดแปลงเพศกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความชำนาญในการผ่าตัดแปลงเพศ

 

แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย - Transman

คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ

  • ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ หากน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีจดหมายรับรองจากผู้ปกครองในการยินยอมเรื่องการผ่าตัดแปลงเพศ
  • มีความรู้สึกเป็นผู้ชายมานานแล้ว
  • ใช้ชีวิตแบบผู้ชายมาไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • รังเกียจอวัยวะเพศของตนเอง คิดว่าเป็นส่วนเกิน
  • ได้รับการประเมิณสภาพจากจิตแพทย์ และได้รับการรับรองจากจิตแพทย์ ว่าอยู่ในสภาวะที่เหมาสมที่จะทำการผ่าตัดแปลงเพศ
  • ร่างกายสมบูรณ์ คนรอบข้างยอบรับในสิ่งที่คุณเป็น

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแปลงเพศ

  • ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อแพทย์ที่ทำการผ่าตัดจะได้ทราบถึงสภาพความพร้อม ของร่างกาย
  • ควรหยุดยาฮอร์โมนล่วงหน้า 1 เดือน
  • งดวิตามิน อาหารเสริม 2 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่ 1 เดือน และงดแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์
  • ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย 2-3 วัน เพื่อให้ภายในลำไส้มีการตกค้างของกากอาหารน้อยลงก่อนการเข้ารับการผ่าตัด

 

เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศ (หญิงเป็นชาย) 3 วิธี

1.สร้างอวัยวะแพศชายโดยการย้ายเนื้อจากต้นขาด้านนอก

  • ตัดมดลูกรักไข่ปิดช่องคลอดและย้ายตำแหน่งท่อปัสสาวะมาอยู่ที่ บริเวณตรงหัวเหน่า โดยอาศัยเนื้อเยือจากช่องคลอด
  • เตรียมสร้างท่อปัสสาวะที่ตำแหน่งต้นขาก่อนอย่างน้อย 4-6เดือน จากนั้นแพทย์จะทำการผ่าตัดย้ายเนื้อจากต้นขานอกที่เตรียมไว้ มาสร้างเป็นอวัยวะเพศชาย พร้อมกับต่อท่อปัสสาวะเดิมกับท่อปัสสาวะที่สร้างไว้ ให้ปัสสาวะออกมาที่ปลายอวัยวะเพศที่สร้างขึ้นมาใหม่

ข้อดี:

  • สร้างอวัยวะเพศชายได้ขนาดที่ใหญ่พอดี สามารถใส่เครื่องมือที่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีกว่าแบบอื่น

ข้อเสีย:

  • ต้องใช้เครื่องมือที่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว

 

 

2.การสร้างอวัยวะเพศชายโดยใช้เนื้อจากแขนด้านใน

การสร้างอวัยวะเพศชายโดยย้ายเนื้อจากแขนด้านใน โดยใช้จุลศัลยกรรม และใส่เครื่องมือที่ช่วยให้อวัยวะแข็งตัว

ข้อดี:

  • ท่อปัสสาวะหดตัวได้น้อย ต่อเส้นเลือด เส้นประสาทได้ง่าย

ข้อเสีย:

  • ต้องใส่เครื่องมือที่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว เห็นแผลเป็นได้ชัด อวัยวะเพศเนื้อบาง เมื่อใส่เครื่องมือช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว

3.สร้างอวัยวะเพศชายที่มาจากน่องพร้อมกระดูกโดยต้องเตรียมฝังท่อปัสสาวะ

          เตรียมฝังท่อปัสสาวะ ที่น่องไว้ 6 เดือนก่อนสร้างอวัยวะเพศชายทีมาจากน่องพร้อมกระดูก โดยการต่อเส้นเลือด เส้นประสาท แล้วทำการเชื่อมต่อท่อปัสสาวะ จากนั้นจึงเอาผิวหนังมาปิด

ข้อดี:

  • มีกระดูกที่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว สร้างอวัยวะเพศได้ขนาดพอดี แผลเป็นสังเกตุได้ยาก

ข้อเสีย:

  • ใช้ระยะเวลาในการพักฝื้นนาน ต้องช่วยขยายท่อปัสสาวะ ป้องกันการตีบตัน

การใส่ลูกอัณฑะ

  • โดยการใส่ลูกอัณฑะแทนที่ไขมันของแคมนอก โดยหลังจากการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายเรียบร้อยแล้ว

การดูแลหลังการผ่าตัดแปลงเพศ (หญิงเป็นชาย)

  • หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารอ่อนๆได้ เฉพาะบางรายที่แพทย์อาจไม่อนุญาตให้รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในวันแรกๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีความผิดปกติหลังการผ่าตัด
  • การดูแลท่อสวนปัสสาวะดังกล่าวผู้ป่วยจะต้องถอดสายสวนปัสสาวะออกแล้วถ่ายปัสสาวะตามปกติหลังจากนั้นจึงคำความสะอาดท่อด้วยน้ำสะอาดแล้วจึงใส่กลับไปดังเดิมโดยมีความลึกเท่ากับคำแนะนำของแพทย์

          การเป็นทรานส์แมนไม่จำเป็นต้องผ่านการผ่าตัดหรือใช้ฮอร์โมนเสมอไป บางคนอาจเพียงเปลี่ยนการแต่งกาย การใช้สรรพนาม และพฤติกรรมให้สอดคล้องกับตัวตนของตนเองเท่านั้น ขณะที่บางคนอาจเลือกเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ เช่น การใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) เพื่อพัฒนารูปลักษณ์ให้ใกล้เคียงกับเพศชาย และการผ่าตัดเต้านมหรือผ่าตัดอวัยวะเพศ เพื่อให้ร่างกายสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางภายในจิตใจที่ต้องการความมั่นคง การสนับสนุน และความเข้าใจจากคนรอบข้าง ทรานส์แมนหลายคนต้องเผชิญกับการตั้งคำถามจากครอบครัว การเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน หรือแม้แต่การถูกกีดกันจากสถาบันต่างๆ(
โชคดีที่ในปัจจุบัน สังคมเริ่มเปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายมากขึ้น มีเครือข่ายและองค์กรที่ให้คำปรึกษาแก่ทรานส์แมน ทั้งในเรื่องกฎหมาย การแพทย์ และสุขภาพจิต เพื่อให้การใช้ชีวิตหลังการเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างมั่นใจและสง่างาม ท้ายที่สุดแล้ว การเป็นทรานส์แมนคือการเลือกมีชีวิตในแบบที่ตนเองรู้สึกว่าถูกต้อง ไม่ใช่เพราะสังคมบอกว่าควรเป็นอะไร หากเราทุกคนเปิดใจและเรียนรู้ ความเข้าใจและความเท่าเทียมจะเกิดขึ้นในทุกมิติของชีวิต

คลินิกศัลยกรรม , คลินิกเสริมความงาม

สนใจหัตถการด้านความงาม คลิกปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย