เรื่องต้องรู้ก่อน แก้หน้าอกยกกระชับ เตรียมตัวอย่างไร ผ่าตัดแบบไหนดี?

ยกกระชับหน้าอก

 

เรื่องต้องรู้ก่อนแก้หน้าอกยกกระชับ เตรียมตัวอย่างไร ผ่าตัดแบบไหนดี?

อยากแก้หน้าอกให้สวยได้รูป ยกกระชับหน้าอกที่หย่อนคล้อยให้เป็นทรง ควรรู้อะไรก่อนทำ เตรียมตัวก่อนและหลังเสริมหน้าอกอย่างไรบ้าง

หน้าอก เป็นอวัยวะที่นอกจากจะมีความสำคัญต่อร่างกายแล้ว ยังเป็นส่วนที่ทำให้เพศหญิงมีความมั่นใจและกล้าแต่งตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องหน้าอกอาจทำให้หลายคนหนักใจ ไม่ว่าจะมีปัญหาหน้าอกเล็ก ไม่กระชับ หรือหน้าอกใหญ่แต่ไม่ได้รูปทรงที่สวยงาม การศัลยกรรมเพื่อ แก้หน้าอกหย่อนคล้อย เพิ่มขนาดให้ได้ทรงสวย หรือเพื่อยกกระชับให้หน้าอกได้รูป จึงกลายเป็นทางแก้ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน แต่ก่อนทำศัลยกรรมหน้าอกลองมาศึกษากันก่อนสักนิดว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอกเพื่อยกกระชับมีกี่รูปแบบ แบบไหนเหมาะกับเรา และควรเลือก แก้หน้าอกยกกระชับ ที่ไหนดี

ทำไมต้องทำหน้าอก

ก่อนทำศัลยกรรมหน้าอกเราควรถามตัวเองก่อนว่าทำหน้าอกไปทำไม เรามีปัญหาด้านรูปร่างหรือต้องการแก้ไขหน้าอกเนื่องจากอะไร ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เลือกทำศัลยกรรมหน้าอกมักมีปัญหาบางด้านที่ต้องการแก้ไขเฉพาะจุด อย่างแรกเลยก็คือเรื่องของ “ขนาด” ไม่ว่าขนาดจะเล็กหรือใหญ่เกินไปจนทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าแต่งตัว ต้องการแก้ไขขนาดให้สวยงามได้รูปทรงตามต้องการ

ส่วนอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยคือเพื่อ แก้หน้าอกหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะเป็นในคุณแม่หลังให้นมบุตร หรือผู้ที่มีหน้าอกไม่กระชับ หรืออาจจะเคยผ่าตัดแล้วต้องการแก้ไข ทั้งนี้เราต้องรู้ความต้องการและปัญหาของตัวเองให้ชัดเจนจะให้สามารถพูดคุย ปรึกษา และวางแผนร่วมกับแพทย์ได้ เพื่อทำหน้าอกให้ได้ตรงตามความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาที่เรามีได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

การเสริมหน้าอกหากทำในช่วงก่อนมีบุตรมีส่วนทำให้ฟื้นตัวเร็ว หน้าอกกระชับ และมีความตึงสูง ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนหน้าอกจะเริ่มเข้าทรง หากผ่าตัดเสริมหน้าอกช่วงหลังมีบุตรแล้วจะฟื้นตัวได้ช้ากว่า แต่เนื่องจากหน้าอกมีการขยายมาก่อนแล้วทำให้มีความยืดหยุ่นและเข้าทรงได้เร็วกว่า ดังนั้นหากสำรวจตัวเองแล้วพบว่าต้องการเสริมหน้าอกเพื่อยกกระชับ เพิ่มขนาดให้ได้ทรง จะต้องนำปัจจัยเรื่องของอายุหรือช่วงวัยเข้ามามีส่วนพิจารณาร่วมด้วย

สอบถามโปรโมชั่นด้านความงาม หรือปรึกษาแพทย์ฟรี

ความหย่อนคล้อยของหน้าอกมีกี่ระดับ

ก่อนไปทำความรู้จักกับเทคนิคการเสริมหน้าอก เราควรรู้ก่อนว่าหน้าอกของเรามีความหย่อนคล้อยไม่กระชับอยู่ในระดับไหน เพื่อให้สามารถประเมินในเบื้องต้นได้ว่าควรเลือกยกกระชับหน้าอกด้วยการใช้เทคนิคอะไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

หน้าอกหย่อนคล้อย

  • หย่อนคล้อยระดับปกติ เป็นความหย่อนคล้อยตามธรรมชาติ ลักษณะของหัวนมจะตั้งและอยู่ในตำแหน่งกลางเต้า เป็นระดับความหย่อนคล้อยที่ไม่ต้องแก้ไขเพื่อยกกระชับ แต่หากต้องการเพิ่มหรือลดขนาดสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางทำศัลยกรรมได้
  • หย่อนคล้อยระดับเล็กน้อย หน้าอกจะมีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย สังเกตได้จากตำแหน่งของปานนมที่อยู่ต่ำกว่ากึ่งกลางลงมา รวมถึงหัวนมที่ชี้ลงเล็กน้อย ความหย่อนคล้อยระดับนี้อาจไม่จำเป็นต้องแก้ไข แต่ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำการยกกระชับได้หากต้องการ
  • หย่อนคล้อยระดับปานกลาง ลักษณะของปานนมลดต่ำลงและหัวนมชี้ลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นระดับที่บ่งชี้ถึงปัญหาความหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน ผู้ที่ทำศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการประสบปัญหาความหย่อนคล้อยระดับนี้
  • หย่อนคล้อยระดับรุนแรง หน้าอกที่มีความหย่อนคล้อยระดับนี้เต้านมจะหย่อนลงมาเกือบถึงระดับสะดือ ไม่กระชับ ปานนมและหัวนมชี้ลงพื้น เป็นระดับความหย่อนคล้อยที่ แก้หน้าอก ด้วยการทำศัลยกรรมยากที่สุด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีที่เหมาะสม

 

การเสริมหน้าอกมีกี่ประเภท แบบไหนเหมาะกับเรา

เทคโนโลยีการ ยกกระชับหน้าอก ในปัจจุบันพัฒนาไปอย่างมาก มีเครื่องมือและเทคนิคที่ทันสมัย รวมถึงมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันการเสริมหน้าอกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ

การเสริมหน้าอกด้วยไขมัน

การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง (Fat Transfer Augmentation) คือ การใช้ไขมันภายในร่างกายของตัวเองตามส่วนต่าง ๆ อย่างเช่น ไขมันต้นขา ไขมันส่วนเอว ไขมันส่วนสะโพก หรือไขมันส่วนหน้าท้อง นำมาทำความสะอาดด้วยเทคนิคเฉพาะทาง แล้วฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายเพื่อ ยกกระชับหน้าอก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่มีการใส่วัตถุแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายจึงมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ก็อาจมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ต้องผ่าตัดดูดไขมัน ต้องประเมินปริมาณไขมันที่เหมาะสม ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง และยังต้องใช้ไขมันปริมาณมากกว่าการศัลยกรรมส่วนอื่น เป็นต้น

การเสริมหน้าอกด้วยการดูดไขมันต้องมีการผ่าตัดเล็กจึงควรเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนผ่าตัด ข้อดีคือไม่ต้องพักฟื้นนาน ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว เป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้ซิลิโคน ไม่มีแผลบริเวณหน้าอก ลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาพังผืดเกาะซิลิโคน และยังเป็นการลดกระชับสัดส่วนบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย

อย่างไรก็ตามเนื่องจากไขมันเป็นสารธรรมชาติภายในร่างกาย การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเองจึงมีโอกาสสูงที่ไขมันจะสลาย ดังนั้นการฉีดไขมันจึงไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น แต่จะเหมาะสำหรับการเพิ่มขนาดเล็กน้อยหรือเพิ่มความกระชับเพื่อให้ได้ทรงสวยมากกว่า หรือหากต้องการเพิ่มขนาดให้ใหญ่และต้องการใช้วิธีนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมหรืออาจใช้ร่วมกับการใส่ซิลิโคนก็ได้ โดยการ ยกกระชับหน้าอก ราคา ของการใช้วิธีดูดไขมันจะเริ่มต้นที่ประมาณ 49,000 บาท

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน (Silicone) คือ การผ่าตัดเสริมหน้าอกยกกระชับด้วยซิลิโคนที่มีลักษณะเป็นทรงกลม มีเนื้อสัมผัสนิ่ม ยืดหยุ่นได้ดี และคืนตัวได้ไว ซึ่งภายในประกอบไปด้วยซิลิโคน ออกซิเจน ไฮโดรเจน และคาร์บอน

การใส่ซิลิโคนเสริมหน้าอกเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นและต้องการยกกระชับทำให้หน้าอกได้ทรงสวย สิ่งที่ควรระวังสำหรับการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนคือพังผืดเกาะซิลิโคน ดังนั้นหลังผ่าตัดจึงควรหมั่นนวดหน้าอกเพื่อป้องกันพังผืดเกาะติดซิลิโคน การ ยกกระชับหน้าอก ราคา ของการใส่ซิลิโคนเริ่มต้นที่ประมาณ 80,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและประเภทของซิลิโคนที่เลือกใช้

ทำความรู้จักกับซิลิโคนเสริมหน้าอกมีกี่ประเภท

ซิลิโคนเสริมหน้าอกที่นิยมใช้ในปัจจุบันจะเป็นซิลิโคนเจล เนื้อผิวสัมผัสภายนอกเป็นซิลิโคนห่อหุ้มถุงเจลที่อยู่ภายใน ส่วนผิวภายนอกจะมี 2 รูปแบบ คือ

  1. ซิลิโคนแบบผิวทราย
    ผิวของซิลิโคนรูปแบบนี้จะมีสีขาวขุ่น เนื้อสัมผัสมีความสากเล็กน้อยคล้ายผิวของกระดาษทราย เป็นซิลิโคนที่ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาการเคลื่อนที่ของซิลิโคนหลังเสริมหน้าอกและช่วยลดปัญหาการเกิดพังผืดเกาะติดซิลิโคน
  2. ซิลิโคนแบบผิวเรียบ
    ผิวของซิลิโคนรูปแบบนี้จะให้สัมผัสเรียบ นิ่ม มีสีใส เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ เพราะใส่ง่ายและใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดน้อย อาการบวมหลังผ่าตัดจึงน้อยตามไปด้วย ข้อแนะนำสำหรับการใส่ซิลิโคนรูปแบบนี้คือต้องหมั่นนวดเต้านมตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อลดอาการเจ็บ ลดการเกิดพังผืดเกาะรอบซิลิโคน และช่วยยืดอายุการใช้งานไม่ให้ซิลิโคนชำรุดเร็ว
    ในอดีตการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนมีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้อายุการใช้งานของซิลิโคนนานขึ้นไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ อีกต่อไป แต่ผู้ที่ทำการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกก็ควรเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด ด้วยการหาข้อมูลว่าจะ แก้หน้าอกที่ไหนดี จะเลือกใช้ซิลิโคนแบบไหน ต้องดูแลทั้งก่อนและหลังเสริมหน้าอกอย่างไร รวมถึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย

ซิลิโคนเสริมหน้าอก

 

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการใส่ซิลิโคน

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการใส่ซิลิโคนสามารถเลือกตำแหน่งของแผลได้ 3 จุด ได้แก่ ใต้ราวนม ใต้รักแร้ และรอบปานนม สำหรับตำแหน่งแผลผ่าตัดใต้ราวนมจะทำให้เสียเลือดน้อยและฟื้นตัวได้เร็วกว่าตำแหน่งแผลผ่าตัดใต้รักแร้หรือรอบปานนม ส่วนการกำหนดจุดวางซิลิโคนนั้นแพทย์จะพิจารณาจากลักษณะ ความหนา และความหย่อนคล้อยของหน้าอก ซึ่งแต่ละคนอาจมีตำแหน่งการวางซิลิโคนที่ต่างกันไป เมื่อกำหนดตำแหน่งของแผลและจุดวางซิลิโคนได้แล้ว แพทย์จะทำการกำหนดแผนผ่าตัดที่เหมาะสมให้กับผู้เข้ารับการผ่าตัด

ในวันผ่าตัดแพทย์จะเริ่มจากการให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดดมยาสลบ จากนั้นทำการผ่าตัดตามแผนที่กำหนดไว้ โดยใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อผ่าตัดใส่ซิลิโคนเรียบร้อยแล้วแพทย์จะทำการเย็บปิดแผล

สอบถามโปรโมชั่นด้านความงาม หรือปรึกษาแพทย์ฟรี

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการใช้ไขมันตัวเอง

การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเองจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเป็นการดูดไขมันจากร่างกายบริเวณที่ต้องการ บริเวณที่ได้รับความนิยม ได้แก่ หน้าท้อง สะโพก ต้นขา และเอว เพราะมีปริมาณไขมันมาก เมื่อเลือกบริเวณที่ต้องการได้แล้วแพทย์จะทำการฉีดยาชาเพื่อลดความเจ็บปวด จากนั้นแพทย์จะทำการเปิดแผลเพื่อสอดหัวดูด ๆ ไขมัน โดยแพทย์จะดูดไขมันมากกว่าปริมาณตามขนาดของหน้าอก 40% เนื่องจากหลังผ่าตัดมีโอกาสที่ไขมันจะสลายลดน้อยลงทำให้ไม่ได้ขนาดหน้าอกตามที่ต้องการ เมื่อดูดไขมันได้ในปริมาณที่ต้องการแล้วแพทย์จะทำการเย็บปิดแผลด้วยไหมชนิดละลายได้ จากนั้นทำการเตรียมไขมันให้พร้อมสำหรับการฉีดเสริมหน้าอก

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมหน้าอก

ต่อมาแพทย์จะเริ่มขั้นตอนการเสริมหน้าอกโดยการฉีดไขมันแบบกระจายตัว ไม่ฉีดเพียงจุดใดจุดหนึ่ง เพื่อลดโอกาสเกิดการจับตัวของไขมันจนกลายเป็นถุงไขมันหลังจากฉีด เมื่อฉีดไขมันเรียบร้อยแล้วแพทย์จะทำการเย็บปิดแผลเพื่อให้แผลสมานและป้องกันการติดเชื้อ

เทคนิคการยกกระชับหน้าอกมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

นอกจากการเสริมหน้าอกด้วยการฉีดไขมันและการเสริมซิลิโคนแล้ว สิ่งที่ควรรู้ในการยกกระชับหน้าอกก็คือเทคนิคที่ใช้ว่ามีกี่แบบ แบบไหนเหมาะสมกับร่างกายของเรามากที่สุด ซึ่งการเลือกเทคนิคแก้ไขหน้าอกที่เหมาะสมจะประเมินโดยแพทย์เพื่อทำการเสริมหน้าอกให้เหมาะกับโครงสร้างร่างกายของผู้รับบริการแต่ละคนมากที่สุด ซึ่งเทคนิคการยกกระชับหน้าอก มี 4 รูปแบบ ดังนี้

แก้หน้าอกยกกระชับ

  1. เทคนิคการยกกระชับหน้าอกรูปสมอเรือ (Anchor)
    เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เทคนิคการยกกระชับหน้าอกรูปตัวทีคว่ำ เทคนิคนี้แพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณปานนมหรือใต้ราวนมส่วนล่าง สามารถผ่าตัดร่วมกับการใส่ซิลิโคนได้ เมื่อทำการผ่าตัดแล้วแพทย์จะตัดแต่งผิวหนังและย้ายตำแหน่งหัวนมให้มาอยู่ตรงกลางได้ง่าย ทำให้หน้าอกกระชับและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ข้อดีของการผ่าตัดยกกระชับหน้าอกเทคนิคนี้คือเห็นผลลัพธ์ชัดเจน แต่วิธีนี้รอยแผลจะค่อนข้างยาวและมองเห็นชัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยระดับรุนแรง
  2. เทคนิคการยกกระชับหน้าอกรูปอมยิ้ม (Lollipop)
    เทคนิคนี้แพทย์จะทำการเปิดแผลรอบปานนมลงมาแต่ไม่ถึงส่วนใต้ราวนม เพื่อทำการตัดผิวหนังส่วนเกินออกและปรับตำแหน่งหัวนมให้สูงขึ้นจนอยู่ในระดับที่เหมาะสม ข้อดีของการผ่าตัดยกกระชับหน้าอกด้วยเทคนิคนี้คือทำให้หน้าอกรูปทรงเหมือนกรวย เนื่องจากผิวหนังด้านนอกและด้านในถูกขยับให้อยู่ตรงกลาง ส่วนบนของหน้าอกและหัวนมจะไม่แบนจึงทำให้หน้าอกได้รูปทรงสวย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง
  3. เทคนิคการยกกระชับหน้าอกรูปโดนัท (Donut)
    เทคนิคนี้แพทย์จะทำการเปิดแผลรอบปานนมเพื่อตัดแต่งผิวและเย็บผิวหนังเข้าหาบริเวณหัวนมทำให้หน้าอกกระชับขึ้น ข้อดีคือแผลเล็ก ไม่สะดุดตา ทำให้มีความสวยงามดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงระดับปานกลาง
  4. เทคนิคการยกกระชับหน้าอกรูปพระจันทร์เสี้ยว (Crescent)
    เทคนิคนี้แพทย์จะทำการเปิดแผลเป็นรูปครึ่งวงกลมเพื่อยกกระชับและปรับตำแหน่งหัวนมให้ตั้งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยไม่มาก

การดูแลตัวเองหลังการ แก้หน้าอกยกกระชับ

เมื่อผ่านขั้นตอนการทำศัลยกรรมหน้าอกแล้ว การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดก็มีความสำคัญไม่น้อย ซึ่งสิ่งที่ควรปฏิบัติมีดังต่อไปนี้

  1. ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด หากแพทย์สั่งจ่ายยาควรรับประทานยาตามระยะเวลาที่กำหนดหรือหากมียาทาควรทายาอย่างสม่ำเสมอตามคำสั่งแพทย์
  2. ควรสวมใส่เสื้อชั้นในที่มีส่วนช่วยพยุงหน้าอก เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวและลดอาการบวมหลังผ่าตัด
  3. ช่วงพักฟื้นควรเลือกสวมเสื้อผ้าหลวม ๆ เนื้อผ้าใส่สบาย เพื่อป้องกันเนื้อผ้ากดทับแผล
  4. หลังจากการผ่าตัดประมาณ 5 – 7 วัน ควรเริ่มนวดหน้าอกตามขั้นตอนที่แพทย์แนะนำ เพื่อลดปัญหาการเกิดพังผืดเกาะรอบซิลิโคน
  5. ช่วงระยะพักฟื้นควรลดการเคลื่อนไหวบริเวณช่วงหน้าอกและหัวไหล่
  6. เน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีนเพื่อช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกายเร็วขึ้น
  7. ควรงดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  8. หากพบอาการผิดปกติหรือพบปัญหาหลังการผ่าตัด เช่น ซิลิโคนรั่ว หรือมีแผลเปิด ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาและ แก้หน้าอก ให้อย่างทันท่วงที

การ แก้หน้าอกหย่อนคล้อย เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้หญิงที่ต้องการฟื้นฟูความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการตั้งครรภ์ การลดน้ำหนัก หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยการผ่าตัดจะช่วยยกกระชับหน้าอกให้เต่งตึง ปรับรูปทรงให้สวยงามตามที่ต้องการ กระบวนการผ่าตัดจะวางแผนโดยแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล บางคนอาจไม่ได้จบแค่การใส่ซิลิโคนหรือฉีดไขมัน แต่ยังรวมถึงการตัดแต่งผิวหนังส่วนเกิน การยกหัวนม หรือการทำหัตถการอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนั้นก่อนทำการทำศัลยกรรมหน้าอกจึงควรศึกษาขั้นตอน วิธีการ รูปแบบการผ่าตัดที่เหมาะสมกับตัวเอง รวมถึงการเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังผ่าตัด ที่สำคัญต้องพูดคุยปรึกษากับแพทย์และชี้แจงปัญหาที่ต้องการแก้ไขอย่างละเอียด เพื่อให้แพทย์ประเมินและวางแผนการทำศัลยกรรมหน้าอกได้อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจและปลอดภัยมากที่สุด

สนใจปรึกษาการยกกระชับหน้าอกกับคุณหมอดารินทร์ ม่วงไทย ได้ทันที ที่นี่

 

Reference:

Breast Lift with Augmentation

คลินิกศัลยกรรม , คลินิกเสริมความงาม

สนใจหัตถการด้านความงาม คลิกปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย