ตัดกรามหรือกรอบกราม – เข้าใจความแตกต่างก่อนตัดสินใจ
ในยุคที่ใบหน้าเรียวสวยกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ความงามที่หลายคนใฝ่ฝัน “การตัดกราม” หรือ “การปรับกรอบกราม” จึงกลายเป็นคำที่เรามักได้ยินกันบ่อยในวงการศัลยกรรมความงาม แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร และการเลือกทำแบบไหนจึงจะตอบโจทย์กับใบหน้าของเราได้ดีที่สุด

ตัดกราม
(Mandibular Angle Reduction) คือการผ่าตัดเพื่อลดขนาดมุมกรามโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระดูกกรามหนา กรามเหลี่ยม หรือมีโครงหน้าชัดเจนในบริเวณล่าง โดยแพทย์จะทำการตัดกระดูกบริเวณมุมกราม เพื่อให้ใบหน้าเรียวลงอย่างถาวร วิธีนี้ต้องใช้การผ่าตัดใหญ่และการวางยาสลบ ผลลัพธ์แม้จะชัดเจนแต่ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์
การปรับกรอบกราม
ในทางกลับกัน การปรับกรอบกราม (Jawline Contouring) เป็นเทคนิคที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดกระดูก อาจใช้การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดกล้ามเนื้อกราม ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มหรือปรับมุมกรอบหน้า หรือเทคโนโลยีเช่น HIFU หรือ RF เพื่อกระชับผิว วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบไม่ถาวร หรือมีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดจากไขมันหรือผิวหย่อนคล้อยมากกว่ากระดูก
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ในกรณีที่ต้องการแก้ไขผู้มีใบหน้ากว้าง ซึ่งเกิดจากการที่มีกรามใหญ่เกินไป จนทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วนที่สวยงาม การตัดกรามหรือกรอกราม จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ใบหน้าแคบและเรียวได้สัดส่วน การตัดหรือกรอกราม จะทำเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกเท่านั้น ก่อนผ่าตัดจะต้องมีการเอกซ์เรย์กระดูก กรามและฟันก่อน เพื่อที่แพทย์จะได้พิจารณาวางแผนในการผ่าตัด

แผลผ่าตัดกรามมี 2 แบบ
- แผลผ่าตัดอยู่นอกช่องปาก โดยจะเปิดแผลใกล้ ๆ มุมกรามด้านนอก ความยาวประมาณ 3-5 เซ็นติเมตร ผ่านกล้ามเนื้อจนถึงกระดูกกราม ใช้เลื่อยตัดกระดูกกรามออก แล้วกรอกระดูกที่เหลือให้เรียบเนียนแล้วปิดแผล ข้อเสียของการทำแบบนี้ คือมีโอกาสทำให้เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก กระทบกระเทือนได้ ทำให้มุมปากตก
- แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก เปิดแผลผ่าตัดประมาณ 3-5 เซ็นติเมตร ซึ่งอยู่หลังฟันกรามซี่สุดท้าย ค่อย ๆ เปิดแผลผ่านกล้ามเนื้อที่คลุมกรามออก เลาะเยื่อหุ้มกระดูกออก ใช้เครื่องมือเลื่อยกระดูกออก เย็บปิดแผล เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์ของแพทย์ ข้อดีคือช่วยลดการกระทบกระเทือนของเส้นประสาทที่นำไปเลี้ยงมุมปาก
ในกรณีที่ต้องการลดขนาดกรามที่ไม่ใหญ่มากนัก แนะนำให้ใช้วิธีกรอ เพื่อลดความหนาของกระดูกประมาณ 2-3 มิลลิเมตร จะเปิดแผลผ่าตัดเหมือนกับผ่ากราม แล้วใช้เครื่องมือกรอกระดูกแทนการเลื่อย ก็ได้ผลทำให้ใบหน้า แคบและเรียวสวยได้เช่นเดียวกัน
ระยะเวลาในการผ่าตัด 2-3 ชั่วโมง และใช้ระยะเวลาพักฟื้น 2-3 สัปดาห์
คำแนะนำหลังผ่าตัด
- แผลผ่าตัดอยู่นอกช่องปาก โดยจะเปิดแผลใกล้ ๆ มุมกรามด้านนอก ความยาวประมาณ 3-5 เซ็นติเมตร ผ่านกล้ามเนื้อจนถึงกระดูกกราม ใช้เลื่อยตัดกระดูกกรามออก แล้วกรอกระดูกที่เหลือให้เรียบเนียนแล้วปิดแผล ข้อเสียของการทำแบบนี้ คือมีโอกาสทำให้เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก กระทบกระเทือนได้ ทำให้มุมปากตก
- แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก เปิดแผลผ่าตัดประมาณ 3-5 เซ็นติเมตร ซึ่งอยู่หลังฟันกรามซี่สุดท้าย ค่อย ๆ เปิดแผลผ่านกล้ามเนื้อที่คลุมกรามออก เลาะเยื่อหุ้มกระดูกออก ใช้เครื่องมือเลื่อยกระดูกออก เย็บปิดแผล เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์ของแพทย์ ข้อดีคือช่วยลดการกระทบกระเทือนของเส้นประสาทที่นำไปเลี้ยงมุมปาก
ในกรณีที่ต้องการลดขนาดกรามที่ไม่ใหญ่มากนัก แนะนำให้ใช้วิธีกรอ เพื่อลดความหนาของกระดูกประมาณ 2-3 มิลลิเมตร จะเปิดแผลผ่าตัดเหมือนกับผ่ากราม แล้วใช้เครื่องมือกรอกระดูกแทนการเลื่อย ก็ได้ผลทำให้ใบหน้า แคบและเรียวสวยได้เช่นเดียวกัน ระยะเวลาในการผ่าตัด 2-3 ชั่วโมง และใช้ระยะเวลาพักฟื้น 2-3 สัปดาห์
การเลือกตัดกรามหรือกรอบกรามวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะใบหน้าเดิม วัตถุประสงค์ และความคาดหวังของแต่ละคน หากคุณมีโครงสร้างกระดูกใหญ่ กรามชัด การตัดกรามอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่ถ้าปัญหาของคุณอยู่ที่ไขมันหรือกล้ามเนื้อ การปรับกรอบหน้าด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดก็เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกทำแบบใด การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประเมินลักษณะใบหน้า ความเหมาะสมของวิธี และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

English