Deep Plane Facelift คือ เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าที่ลึกที่สุดและล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน โดยไม่ได้ดึงแค่ผิวหนังหรือชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) แต่เป็นการเข้าไปปลดล็อกเอ็นยึดเกาะใบหน้า (Retaining Ligaments) แล้วยกกระชับโครงสร้างกล้ามเนื้อและไขมันชั้นลึกไปพร้อมกันทั้งแผง เทคนิคนี้ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยขั้นสุด ร่องแก้มลึก และร่องน้ำหมากได้อย่างเด็ดขาด ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูตึงรั้งเหมือนโดนลมพัด (Windblown look) และสามารถคงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 10-15 ปี
สรุปประเด็นสำคัญ
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัด กรอบหน้าไม่กระชับ (Jowls) มักอยู่ในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป
- ข้อดี: ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติสูงมาก หน้าไม่แบน ไม่ตึงแปลกๆ ยกกระชับได้ทั้งแผง และอยู่ได้นานกว่าการดึงหน้าแบบเดิม
- ข้อจำกัด: เป็นการผ่าตัดใหญ่ ใช้เวลาผ่าตัดนาน และต้องอาศัยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์บนใบหน้าขั้นสูง
- ระยะเวลาพักฟื้น: อาการบวมช้ำจะชัดเจนในช่วง 1 สัปดาห์แรก และพร้อมออกงานสังคมได้ใน 2-3 สัปดาห์
- สิ่งที่ควรรู้: ควรประเมินโครงสร้างใบหน้ากับแพทย์โดยตรง เพราะปัญหาแต่ละคนอาจต้องใช้เทคนิคเสริมอื่นร่วมด้วย เช่น การเติมไขมัน

| ข้อมูลสำคัญ | รายละเอียด |
|---|---|
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่มีอายุ 45+ หรือมีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยรุนแรง ร่องแก้มลึก กรอบหน้าตก |
| ระยะเวลาผ่าตัด | 4-6 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและหัตถการร่วม) |
| การระงับความรู้สึก | ดมยาสลบ (General Anesthesia) โดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง |
| ระยะเวลาพักฟื้น | พักฟื้น 7-14 วัน (ตัดไหมประมาณวันที่ 7-10) |
| อายุผลลัพธ์ | 10-15 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและไลฟ์สไตล์) |
| ข้อดีเด่นชัด | ยกกระชับได้ลึก เป็นธรรมชาติ ซ่อนแผลเนียน หน้าไม่แข็งตึง |
| ข้อควรระวัง | งดวิตามิน อาหารเสริม ยาละลายลิ่มเลือด ล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนทำ |
Deep Plane Facelift ต่างจากการดึงหน้าทั่วไปอย่างไร?
การดึงหน้าทั่วไป (Traditional Facelift) มักดึงเฉพาะชั้นผิวหนังหรือชั้น SMAS ส่วนบน ทำให้บางครั้งหน้าดูตึงแปลกๆ หรือแบนราบ แต่เทคนิค Deep Plane จะเข้าไปลึกกว่านั้น โดยเข้าไปใต้ชั้น SMAS เพื่อปลดล็อกเอ็นยึดเกาะใบหน้า แล้วยกกระชับโครงสร้างทั้งหมดกลับสู่ตำแหน่งเดิมในวัยหนุ่มสาว ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความเป็นมิติและเป็นธรรมชาติกว่ามาก
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การดึงหน้าทั่วไป (Skin/SMAS Plication) | Deep Plane Facelift |
|---|---|---|
| ระดับความลึก | ชั้นผิวหนัง หรือเย็บพับชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ผิวๆ | ลึกใต้ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS สัมผัสโครงสร้างเอ็นใบหน้า |
| การจัดการกับเอ็น (Ligaments) | ไม่ได้ตัดหรือปลดล็อกเอ็นยึดเกาะ | ปลดล็อกเอ็นยึดเกาะ (Release Ligaments) เพื่อให้ดึงได้อิสระ |
| ความเป็นธรรมชาติ | อาจดูตึงรั้ง (Windblown/Pulled look) ในบางราย | เป็นธรรมชาติมาก มีมิติแก้มที่ดูเต็มอิ่มเหมือนวัยรุ่น |
| การแก้ปัญหาร่องแก้ม | ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่มักกลับมาหย่อนคล้อยเร็ว | ยกแก้ปัญหาร่องแก้มและร่องมุมปากได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง |
| ความคงทนของผลลัพธ์ | 5-7 ปี | 10-15 ปี |
หัตถการนี้เหมาะกับใคร และใครที่ไม่ควรทำ?
เทคนิคนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงรุนแรง มีร่องน้ำหมากและกรอบหน้าไม่ชัดเจนจากเนื้อเยื่อที่ตกลงมา อย่างไรก็ตาม หัตถการนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้ หรือผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์ที่เกินจริง
✅ ผู้ที่เหมาะกับ Deep Plane Facelift
- ✔️ อายุ 45-65 ปีขึ้นไป (หรือน้อยกว่านี้หากมีกรรมพันธุ์หน้าหย่อนคล้อยเร็ว)
- ✔️ มีร่องแก้มลึก (Nasolabial folds) ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ตอบโจทย์
- ✔️ มีร่องน้ำหมากมุมปากตก (Marionette lines) ทำให้หน้าดูดุหรือเศร้า
- ✔️ กรอบหน้ากรามไม่ชัดเจน มีเนื้อห้อยบริเวณคางและแก้มล่าง (Jowls)
- ✔️ เนื้อเยื่อแก้มส่วนกลาง (Midface) ตกและแบนราบ
- ✔️ ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด และอยู่ได้ยาวนานเป็นสิบปี
❌ ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์
- 🚫 ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ หรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
- 🚫 ผู้ที่สูบบุหรี่จัดและไม่สามารถงดได้ (ส่งผลเสียต่อการสมานแผลอย่างมาก)
- 🚫 ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

ขั้นตอนการผ่าตัด Deep Plane Facelift มีอะไรบ้าง?
การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง ภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ด้วยการดมยาสลบ ศัลยแพทย์จะทำการซ่อนรอยแผลบริเวณไรผมและหน้าใบหูอย่างแนบเนียน จากนั้นจะเข้าไปยกกระชับโครงสร้างชั้นลึก ตัดผิวหนังส่วนเกินออก และเย็บปิดแผลด้วยเทคนิคซ่อนรอยเย็บ
ลำดับขั้นตอนการผ่าตัดมาตรฐานที่ The SiB Clinic
- การเตรียมตัวและระงับความรู้สึก: วิสัญญีแพทย์เฉพาะทางทำการดมยาสลบ เพื่อให้คนไข้หลับสบายและไม่รู้สึกเจ็บตลอดการผ่าตัด
- การเปิดแผลผ่าตัด (Incision): พญ.ดารินทร์ จะออกแบบแผลโดยซ่อนไว้บริเวณไรผมขมับ เลาะลงมาตามรอยพับหน้าใบหู อ้อมไปหลังติ่งหู และซ่อนในไรผมด้านหลัง
- การเลาะเนื้อเยื่อชั้นลึก (Dissection): แพทย์จะเลาะผ่านชั้นผิวหนัง ลงลึกไปจนถึงใต้ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS
- การปลดล็อกเอ็นใบหน้า (Ligament Release): ขั้นตอนสำคัญคือการตัดคลายเอ็นยึดเกาะใบหน้า (เช่น Zygomatic ligaments และ Masseteric ligaments) เพื่อให้สามารถขยับชั้นกล้ามเนื้อและไขมันได้ทั้งแผง
- การยกกระชับ (Repositioning): ดึงเนื้อเยื่อชั้นลึกที่ถูกปลดล็อกแล้ว ดึงกลับขึ้นไปในทิศทางต้านแรงโน้มถ่วง (Vertical Vector) และเย็บตรึงให้แน่นหนา
- การตัดแต่งผิวหนังและเย็บปิด (Skin Trimming & Closure): เมื่อโครงสร้างด้านในตึงกระชับแล้ว แพทย์จะนำผิวหนังที่เหลือส่วนเกินออกโดยไม่ให้เกิดแรงดึงตึงที่ผิว (Tension-free) จากนั้นเย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็กพิเศษ
การดูแลตัวเองและการพักฟื้นหลังดึงหน้า (Recovery Timeline)
หลังผ่าตัดดึงหน้าจะต้องใส่ผ้ารัดหน้าเพื่อลดบวม อาการบวมช้ำจะมีมากที่สุดในช่วง 3-5 วันแรก และจะค่อยๆ ยุบลงอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่คนไข้จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหรือออกงานสังคมได้ในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์
Timeline การพักฟื้น
- วันที่ 1-3: อาการบวมและรอยช้ำจะเห็นชัดเจนที่สุด ควรประคบเย็น นอนหมอนสูง และทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของคลินิกอย่างเคร่งครัด
- วันที่ 7-10: อาการบวมลดลงมาก แพทย์จะนัดเข้ามาเพื่อประเมินแผลและตัดไหมส่วนแรก สามารถเริ่มแต่งหน้าปกปิดรอยช้ำจางๆ ได้
- สัปดาห์ที่ 2-3: รอยช้ำแทบจะหายไปทั้งหมด อาการบวมเหลือเพียงเล็กน้อย สามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- เดือนที่ 1-3: เนื้อเยื่อภายในเริ่มสมานตัว ใบหน้าเริ่มเข้าที่ดูเป็นธรรมชาติขึ้น อาการชาบริเวณผิวจะค่อยๆ ดีขึ้น
- เดือนที่ 6 เป็นต้นไป: ผลลัพธ์เข้าที่ 100% เห็นความอ่อนเยาว์และกรอบหน้าที่คมชัดอย่างสมบูรณ์แบบ
สิ่งที่ต้องงดเว้นหลังทำ
- งดการก้มหน้าต่ำกว่าระดับหัวใจ หรือยกของหนัก (1-2 สัปดาห์แรก)
- งดการออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือความดันขึ้น (3-4 สัปดาห์)
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด (อย่างน้อย 1 เดือน)
- งดทำสีผม หรือใช้สารเคมีรุนแรงบริเวณหนังศีรษะ (1 เดือน)

ทำไมต้องดึงหน้า Deep Plane Facelift ที่ The SiB Clinic?
การผ่าตัดดึงหน้าชั้นลึกต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคของใบหน้าขั้นสูง และเทคนิคที่แม่นยำเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนเส้นประสาท ที่ The SiB Clinic นำทีมโดย พญ.ดารินทร์ ม่วงไทย ผู้มีประสบการณ์และผลงานที่ได้รับการยอมรับ พร้อมมอบผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยสูงสุด
- ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ: พญ.ดารินทร์ ม่วงไทย เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีความชำนาญขั้นสูงในการดึงหน้า Deep Plane เข้าใจสรีระและโครงสร้างใบหน้าของคนเอเชียเป็นอย่างดี
- เน้นความงามแบบเฉพาะบุคคล (Customized Design): ไม่ใช่การดึงหน้าแบบพิมพ์เดียวกัน แต่ประเมินเวกเตอร์การดึงให้เข้ากับกระดูกและรูปหน้าของแต่ละคน เพื่อรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้
- ความปลอดภัยมาตรฐานโรงพยาบาล: ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อมาตรฐานสากล พร้อมทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
- เทคนิคซ่อนแผลเนียนพิเศษ (Invisible Scar): การเย็บแผลแบบไร้แรงตึง รอยแผลจึงเรียบเนียน ซ่อนไปกับไรผมและรอยพับหู ยากต่อการสังเกตเห็น
- การดูแลหลังการขาย (Aftercare Service): มีทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่ดูแลติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมนวัตกรรมลดบวมช้ำหลังผ่าตัด
สรุป และ ข้อแนะนำ
Deep Plane Facelift ถือเป็นที่สุดของศัลยกรรมย้อนวัยที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ยาวนานที่สุด การเลือกดึงหน้าไม่ใช่แค่การดึงให้ตึง แต่คือการคืนโครงสร้างใบหน้าให้กลับไปอยู่ในจุดที่สวยงามที่สุดอีกครั้ง
คำแนะนำสำหรับคุณ: หากคุณเริ่มรู้สึกว่าฟิลเลอร์หรือเครื่องมือยกกระชับไม่สามารถตอบโจทย์ความหย่อนคล้อยได้อีกต่อไป การประเมินโครงสร้างใบหน้ากับแพทย์เฉพาะทางคือทางออกที่ดีที่สุด แนะนำให้เข้ามาปรึกษาและให้ พญ.ดารินทร์ ม่วงไทย ที่ The SiB Clinic ช่วยวิเคราะห์ปัญหาแบบเจาะลึก เพื่อวางแผนการรักษาที่คุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ตรงใจคุณที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ดึงหน้า Deep Plane เจ็บไหม?
ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเลยเพราะเป็นการดมยาสลบ หลังผ่าตัดจะมีเพียงอาการตึงรั้งและระบมเล็กน้อย ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวด
มีแผลเป็นที่เห็นชัดไหม?
แผลจะถูกออกแบบให้ซ่อนตามแนวไรผมและรอยพับหน้าใบหู เมื่อแผลสมานตัวเต็มที่ (ประมาณ 6-12 เดือน) จะกลืนไปกับผิวจนแทบมองไม่เห็น
การผ่าตัดต้องดมยาสลบไหม?
ต้องดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและให้คนไข้ไม่รู้สึกตัวตลอดการผ่าตัด 4-6 ชั่วโมง
ผู้ชายสามารถทำ Deep Plane Facelift ได้ไหม?
ทำได้ครับ เทคนิคจะถูกปรับให้เข้ากับโครงสร้างกระดูกและลักษณะไรหนวดเคราของผู้ชาย เพื่อคงความเป็นธรรมชาติและไม่ดูหวานจนเกินไป
อายุกี่ปีถึงควรเริ่มทำดึงหน้า?
ส่วนใหญ่มักทำในช่วงอายุ 45-65 ปี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล บางรายที่มีปัญหาหน้าตกจากกรรมพันธุ์อาจเริ่มทำได้ตั้งแต่ปลาย 30 หรือ 40 ต้นๆ
ผลลัพธ์ของการดึงหน้าอยู่ได้ถาวรไหม?
ไม่ถาวร 100% เพราะกระบวนการชราภาพตามธรรมชาติยังดำเนินต่อไป แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานถึง 10-15 ปี ซึ่งถือว่านานที่สุดในกลุ่มหัตถการยกกระชับ
หน้าจะดูแข็ง ตึงเกินไป หรือตาเบิกโพลงไหม?
ด้วยเทคนิค Deep Plane ที่ดึงชั้นกล้ามเนื้อ ไม่ใช่การดึงผิวหนังให้ตึงเปรี๊ยะ ใบหน้าจึงยังสามารถแสดงอารมณ์ได้ตามปกติ ไม่แข็งหรือดูหลอกตา
ต้องลางานกี่วันเพื่อพักฟื้น?
แนะนำให้ลางานเพื่อพักฟื้นเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน หลังจากนั้นสามารถแต่งหน้าเบาๆ และกลับไปทำงานได้
หลังดึงหน้าสามารถสระผมได้เมื่อไหร่?
สามารถสระผมได้เบาๆ หลังแพทย์อนุญาต (มักจะเป็นช่วงหลังถอดผ้ารัดหน้า หรือประมาณ 3-5 วัน) แต่ต้องใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนและเป่าด้วยลมเย็น
สามารถทำตาหรือเสริมคางพร้อมกับดึงหน้าได้ไหม?
สามารถทำร่วมกันได้ในคราวเดียว นิยมทำร่วมกับการทำตาสองชั้น หรือตัดถุงใต้ตา เพื่อผลลัพธ์การย้อนวัยที่สมบูรณ์แบบทั่วทั้งใบหน้า

English


หน้าแรก
โปรโมชั่น
สอบถาม
จองคิวฟรี