ปรับหน้าแข็งให้ดูหวานมากขึ้น แก้จมูกแบบโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง
วันนี้ลูกปัดขอมาพูดถึงรีวิวแก้จมูกครั้งสุดท้ายของตัวเองให้ฟังกันนะคะ จมูกถือว่าเป็นมงกุฎของใบหน้าที่รองจากคิ้ว เพราะว่าจมูกอยู่จุดศูนย์กลางของใบหน้า ถ้าเราสังเกตดีๆ เราจะรู้สึกเลยว่าใครที่รูปจมูกสวยมันจะรับกับใบหน้าทำให้หน้าของบุคคลนั้นสวยมากยิ่งขึ้น หรือใครที่หน้าตาพอใช้ได้เมื่อมีรูปทรงจมูกที่สวยก็จะส่งให้ใบหน้าของบุคคลนั้นดูละมุนและดูดีมากขึ้นเช่นกัน

นี่ก็เลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ลูกปัดอยากแก้จมูกอันเดิมของตัวเองเพื่อให้ทรงมันสวยรับกับใบหน้าของตัวเองมากขึ้น ปลายพุ่งขึ้น มีมิติขึ้น ที่สำคัญอยากให้มันสโลปเพื่อจะให้หน้าดูหวานไม่แข็ง คุยมาตั้งนานแล้ว ขอแนะนำตัวเองนิดนึงค่ะ เราเป็นสาวประเภทสอง ดังนั้นการทำจมูกของสาวประเภทสองถ้าเกิดคุณหมอทำจมูกแข็งหรือทื่อเกินไปหน้าก็จะดูดุและไม่ได้มติ เพราะในความที่เราเป็นผู้ชายถ้ายิ่งทำอะไรที่มันแข็งและดูทื่อมันก็จะทำให้เราดูแมนเข้าไปใหญ่

ก่อนอื่นขอย้อนประวัติตัวเองนิดนึงว่าทำไมถึงตัดสินใจแก้จมูกแบบใช้ซี่โครงตัวเองในครั้งนี้ เดี๋ยวลูกปัดจะให้ทุกคนดูรูปก่อนทำเพราะว่าก่อนทำเนี่ยจมูกเก่าดูแข็งและทื่อ ปลายสั้นตัด ดูแข็งมาก จมูกเนี้ยถ้าย้อนไปประมาณสี่ถึงห้าปีที่แล้วก็ถือว่าสวยในยุคในสมัยนั้น แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปทรงจมูกใหม่ก็เริ่มเกิดขึ้นจนทำให้ลูกปัดรู้สึกว่าถ้าเราเปลี่ยนทรงจมูกเป็นแบบทรงสโลปปลายพุ่ง แบบมีมิติมันจะทำให้หน้าเราดูหวานละมุนขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ช่วงเวลาที่ลูกปัดได้คิดทบทวนกับตัวเองอยู่ลูกปัดก็ไถมือถือไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอคลินิกหนึ่งเห็นเป็นคลิปสั้นๆ ของน้องผู้หญิงคนนึงแล้วรู้สึกว่าทำไมทรงจมูกสวยขนาดนี้ หน้าน้องดูหวานมากมีมิติสุดๆ

เราก็เลยตัดสินใจว่าลองส่งรูปตัวเองไปปรึกษาก่อนดีกว่าว่าคุณหมอสามารถทำให้ได้หรือไม่เพราะการส่งรูปตัวเองเข้าไปประเมินทางช่องทางออนไลน์ของคลินิกเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปพบคุณหมอถ้าเกิดว่าคุณหมอไม่รับเคสแก้แบบเรา แอบกระซิบนิดนึงค่ะที่แอดมินตอบ LINE ไวมาก พูดเยอะถามเยอะก็ไม่บ่นไม่ว่าอะไรแม้แต่น้อยให้คำตอบดีสุดๆ มีความเป็นกันเองมาก เมื่อส่งรูปไปให้คุณหมอประเมินเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่าสามารถทำได้ค่ะ แต่เพื่อความสบายใจของคุณลูกค้าอยากจะให้เข้ามาพบคุณหมอแบบตัวต่อตัวน่าจะดีกว่าเราจะได้เลือกทรงจมูกที่ต้องการได้และจะได้พูดคุยปัญหาที่เราพบเจออยู่ว่าสามารถแก้ไขได้ตรงจุดหรือไม่

เมื่อเราได้รายละเอียดเบื้องต้นเสร็จแล้วก็เลยตัดสินใจว่าไปพบคุณหมอ เมื่อไปถึงคลินิกของคุณหมอดารินท์บอกคำเดียวว่าใหญ่มากคือมาตรฐานเดียวกับ โรงพยาบาลเลย และแอบกระซิบอีกอย่างนึงคือราคาเป็นกันเองด้วยราคาไม่ได้โหดเหมือนที่คนอื่นคิดว่าถ้าเราได้ทำกับแพทย์ที่เป็นถึงระดับอาจารย์แพทย์ แพทย์ที่จบด้านศัลยกรรมโดยตรงมาราคาจะต้องสูงกว่าคุณหมอทั่วไปแน่นอน ลูกปัดขอบอกเลยว่าราคาของคุณหมอดารินทร์เป็นราคามิตรภาพมาก ที่คนทำงานแบบเราสามารถเข้าถึงได้

เมื่อเข้ามาปรึกษาคุณหมออันดับแรกเลย คือ ยื่นรูปให้คุณหมอดูก่อนว่าเราอยากได้ทรงจมูกแบบดาราคนหนึ่งสามารถทำได้มั๊ยแล้วถ้าอยากได้แบบนี้ให้หน้ามันหวาน สโลปเยอะๆ ปลายพุ่งๆ อย่างเงี้ย เราต้องทำเทคนิคอะไร คุณหมอก็เลยแนะนำมาว่าถ้าเป็นไปได้ อยากให้ทำเป็นใช้กระดูกซี่โครงตัวเองบดเพื่อเอามาทำเป็นแกรนด์จมูกแล้วก็ปลายจมูกจะได้ยืดสูงและยาวขึ้น เหมือนที่ใจอยากได้ ตอนแรกคือเรามีปัญหาตรงปลายจมูกเอียงเล็กน้อย แนะนำให้ทำเป็นเทคนิคโอเพ่นคือเปิดเข้าไปดูเลยว่าโครงจมูกด้านในเป็นแบบไหน การทำวิธีนี้จะช่วยลดอาการบวมช้ำและเห็นทรงจมูกแกนกลางด้านในอย่างชัดเจน

เมื่อคุณหมออธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ เสร็จแล้วลูกปัดก็ตัดสินใจว่างั้นก็หาเวลาทำเลยดีกว่า เพราะว่าช่วงนี้ก็ค่อนข้างที่จะว่างอยู่แล้ว เมื่อเราได้วันและเวลาที่ทำแล้ว วันที่มาก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายแค่ถอดเครื่องประดับต่างๆเอาไว้บ้านใส่เสื้อผ้าที่สบายสบายมาเท่านั้นพอ และอีกอย่างหนึ่งไม่ต้องแต่งหน้ามานะครับเพราะว่าแต่งมาเขาก็ต้องล้างออกอยู่ดีเพราะว่าถ้าเกิดว่าไม่ล้างแล้วเวลาคุณหมอผ่าตัดอาจเสี่ยงติดเชื้อได้ ทำเสร็จก็ไม่ได้รู้สึกว่าเจ็บหรือปวดอะไรมากมายสำหรับตัวลูกปัดชิลล์ๆ มาก ในการทำศัลยกรรมครั้งนี้ที่สำคัญคือหลังทำไปในช่วงเจ็ดวันแรก คิดว่ามันจะต้องบวมมากถึงมากที่สุดเพราะว่าเราเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะช้ำบวมง่ายแต่ผลลัพธ์ออกมาคือบวมช้ำน้อยมาก

ผลลัพธ์จะบอกว่ามันเป็นไปตามที่คาดหวังค่อนข้างที่จะ 70 ถึง 80% เลยก็ว่าได้ นี่คือผลลัพธ์ 14 วันเห็นมั้ยว่าลูกปัดแต่งหน้าออกงานได้แล้วจมูกกับหน้าผากตอนเนี่ยคือหลับกันมากถ้าเราสังเกตรูปก่อนทำครั้งแรก เราจะเห็นเลยว่าหน้าผากกับจมูกค่อนข้างที่จะหัก เพราะว่าเราทำหน้าผากมาเราก็ต้องการให้จมูกรับกับหน้าผากและรับกับทุกส่วนของใบหน้า

ลูกปัดถือว่าการทำศัลยกรรมจมูกครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ ทรงจมูกเป็นเหมือนที่ใจคิดและอีกอย่างหนึ่งคือไม่บวมไม่ช้ำเลย งั้นเดี๋ยวทุกคนก็จะไม่เชื่อขอพูดใหม่แล้วกัน คือ บวมช้ำน้อยมากถึงมากที่สุด หนึ่งถึงสามวันแรกคุณหมอจะแนะนำให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำ และสามวันหลังคุณหมอจะแนะนำให้ประคบอุ่นๆ นะ เพราะจะลดอาการเขียวช้ำ การประคบอุ่นเนี่ยค่อนข้างที่จะสำคัญเราต้องเอาผ้าที่จะประคบมาทดลองที่มือก่อนว่าอุ่นหรือยังถ้าร้อนเกินไปห้ามเอาไปโดนหน้าเด็ดขาดเพราะหน้าอาจจะไหม้ได้

และอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าต้องงดพวกอาหารทะเลของหมักดองก่อนเลยนะคะ ในช่วง 14 วันหรือหนึ่งเดือนถ้าเป็นไปได้ เพราะว่าการทานอาหารพวกนี้มันจะทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายถ้าอยากสวยต้องทนนะคะ ลืมบอกอีกอย่างค่ะ ว่านอกจากเราจะดูแลแผลที่จมูกแล้ว ต้องดูแลแผลที่บริเวณชี่โครงด้วยนะคะ เพราะเราจะมีแผลสองที่ ถ้าถามถึงความรู้สึกกับผลลัพธ์ณตอนนี้ก็บอกได้คำเดียวเลยว่าประทับใจเหมือนที่กล่าวไปในตอนต้น ถ้าให้ฝากถึงเพื่อนเพื่อนที่คิดอยากจะทำศัลยกรรมอะไรซักอย่างนึงอยากจะบอกว่าให้ลองเปิดใจเข้ามาคุยกับคุณหมอดารินดูเพราะว่าคุณหมอเค้าไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาหรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายง่ายเลยก็คือว่าปรึกษาฟรี ที่สำคัญราคามิตรภาพเป็นกันเองใครอยากสวยโดยคุณหมอที่จบมาเฉพาะทางแนะนำเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์คุณที่สุดค่ะ ปรับหน้าแข็งให้ดูหวานมากขึ้น แก้จมูกแบบโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง

English

หน้าแรก
โปรโมชั่น
สอบถาม
จองคิวฟรี