เรื่อง

ร้อยไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลา (Barb SutureLift ) เพื่อการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด


***ผลลัพธ์อาจเเตกต่างกันไปในเเต่ละบุคคล***

ไหมก้างปลาแตกต่างจากไหมทั่วไปอย่างไร?


อธิบายง่ายๆได้ดังนี้ค่ะ ไหมก้างปลาจะมีลักษณะเหมือนฟันปลาเป็นเงี่ยงสองทางแบบสลิง ซึ่งจะทำสอดใส่ไหมเข้าไปบริเวณผิวหน้าส่วนกลางที่มีความหย่อนคล้อยเพื่อทำการยกกระชับโดยจะแตกต่างจากไหมธรรมดาตรงที่ไหมก้างปลานั้นจะช่วยยกกระชับ ใบหน้าที่หย่อนคล้อยหรือใบหน้าที่มีริ้วรอย จะเห็นผลชัดเจนหลังทำทันที ให้ผลเทียบเท่าการทำศัลยกรรมดึงหน้า ไม่บวม มีแค่รอยดำ คล้ายรอยสิวเล็กๆจะจางหายไปเอง โดยแพทย์จะซ่อนไว้ที่กรอบหน้าไม่เป็นที่สังเกตเห็นค่ะ นอกจากนี้ไหมกางปลายังไปกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อให้มีการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรงอีกด้วยคะ


ไหมก้างปลาแตกต่างกับไหมละลายทั่วไปอย่างไร?


ไหมละลายเรียกได้ว่าเป็นไหมยุคแรกๆที่มีการร้อยไหมแบบเก่า ไหมละลายโดยทั่วไปจะเป็นไหมเส้นเล็ก ไม่มีเงี่ยง ซึ่งแรงดึงน้อย ทำให้ไม่สามารถยกกระชับได้ใบหน้า ทำได้แค่กระชับขึ้นเท่านั้น แต่ไหมก้างปลาเป็นไหมที่มีลักษณะเป็นฟันปลามีเงี่ยงวนรอบตัวไหมจะมีความยาวกว่าไหมธรรมดามาก สามารถอยู่ได้นานถึง 2-3ปีเลยทีเดียวค่ะ

ข้อดีของการร้อยไหมก้างปลา (Barb SutureLift)


• ร้อยไหมก้างปลา (Barb SutureLift ) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของหนังแท้ ทำให้ผิวหนังหดตัว หนาขึ้นตึงขึ้น

• ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวจากการหดเกร็ง ผิวหน้ากระชับ เด้ง เต่งตึง หน้าเรียวลง เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น

• กำจัดสลายไขมันส่วนเกิน ออกจากบริเวณใต้ผิวหนัง

• ช่วยปรับรูปใบหน้า ร้อยไหมหน้าเรียวเล็ก


(รูปไหมก้างปลาจะมีเงี่ยงวนอยู่รอบตัวไหม แตกต่างจากไหมทั่วไป)

ผลข้างเคียงจากการรักษา


• หลังการร้อยไหมแล้วอาจมีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำเล็กน้อย และจะค่อยๆหายไปในเวลาประมาณ 3 – 7 วัน

• บางคนรู้สึกชาๆบริเวณที่ร้อยไหมเป็นปกติและจะหายไปใน3-4 สัปดาห์

• การติดเชื้อบริเวณร้อยไหม มักจะพบน้อย ใช้ยาปฏิชีวนะก็จะหายปกติค่ะ

ข้อห้ามหลังการร้อยไหม



1. ห้ามดื่มแอลกฮอลล์ประมาณ 3-5 วัน

2. ห้ามอบไอน้ำ (Sauna)

[avia_codeblock_placeholder uid="0"]
[avia_codeblock_placeholder uid="1"]