ศัลยกรรมดึงหน้า ผ่าตัดดึงหน้า

ศัลยกรรมดึงหน้า ผ่าตัดดึงหน้า

Facelift การดึงหน้าจะสามารถทำได้ 3 แบบ

FACELIFT หรือการผ่าตัดดึงหน้าคืออะไร?

อุปสรรคสำคัญของความเยาว์วัยของสาวสาวนั้นคงหนีไม่พ้น ริ้วรอยความเหี่ยวย่นที่มาตามกาลเวลาใช่ไหมล่ะค่ะ? ด้วยมลภาวะสิ่งแวดล้อม รังสียูวีจากแดดที่เผาไหม้ทำลายทั้งคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังทำให้สมัยนี้สาววัย 40+ ก็จะเริ่มเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ได้ง่ายๆค่ะ แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปนวัติกรรมใหม่ๆทางการแพทย์ก็ได้พัฒนากันอย่างไม่มีหยุดยั้งเพื่อเป็นตัวช่วยของสาวสาวผู้ไม่ยอมโรยราตามวัย ตัวช่วยทีเราพูดถึงอยู่นี้คือ การศัลยกรรมดึงหน้า Facelift นั้นเองค่ะ หลายๆท่านคงจะเคยได้ยินการทำ Facelift กันมาบ้างจนมีหลายๆท่านกลัวและกังวลว่าการผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดใหญ่และไม่กล้าเสี่ยง แต่วันนี้เราจะมาลงรายละเอียดทำความเข้าใจเจ้า Facelift กันใหม่ค่ะ รู้หรือไหม? ว่าผลลัพธ์จากการดึงหน้า Facelift สามารถลดอายุไปได้ 9-10ปีเลยทีเดียว!!เป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่ ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กมากประมาณ 1นิ้วถึง 1 นิ้วครึ่ง ซึ่งจะเย็บแผลด้วยไหมละลาย โดยแผลผ่าตัดจะถูกซ่อนอยู่บริเวณ ด้านหลังใบหู หรือท้ายทอยและขมับ คนไข้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแผลหลังผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นนาน

before/after

Mini Facelift ดึงหน้าเฉพาะส่วน

Mini Face Lift เดิมในทางเทคนิคมักมีชื่อเรียกว่า Rhytidectomy การผ่าตัดดึงหน้า แต่เดิมถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการดึงหน้า ทั้งใบหน้า เรียกว่า Total Face Lift ค่อนข้างยุ่งยาก ต้องมีระบายน้ำเหลืองหลังผ่าตัด เป็นการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดใหญ่ ต้องพักฟื้นนานเป็นเดือนๆ และแผลผ่าตัดหลังทำก็ใหญ่ด้วยแต่วิวัฒนาการทางการแพทย์ไม่หยุดพัฒนา ส่งผลให้ปัจจุบันมีเทคนิคใหม่เรียกว่า Mini Face Lift เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าอย่างหนึ่ง แต่เป็นการผ่าตัดที่แผลเล็กๆ ตามคำที่ใช้ว่า มินิ ก็หมายถึง เล็ก โดยแผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่บริเวณไรผม หรือตำแหน่งที่มองไม่เห็น คนไข้จึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องแผลเป็นหลังผ่าตัด และไม่ต้องทรมานกับการพักฟื้นนานเป็นเดือนๆ

S-Lift (short scar facelift) การดึงหน้าเฉพาะใบหน้าส่วนกลาง คืออะไร

S-Lift หรือเรียกเต็มๆว่า short scar facelift เป็นตัวที่พัฒนามาจาก Mini facelift เพื่อแก้ไขปัญหาใบหน้าส่วนกลางและใบหน้าส่วนล่างหรือผู้มีปัญหาแก้มตกหน้าไม่ได้กรอบรูป เพราะการเปิดแผลตรงขมับแบบการทำ Mini facelift อาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจนและแก้ปัญหาแก้มตกไม่ได้เท่าการทำ S-Lift ที่จะเปิดแผลเฉพาะตรงหน้าหูที่เดียวก็จะสามารถเก็บใบหน้าส่วนล่างได้ดียิ่งขึ้นแต่อาจจะไม่เท่าการดึงหน้าแบบ Full facelift โดยจะดีไซน์แผลคล้ายตัว S เลยเรียกการเปิดแผลแบบนี้ว่า S-Lift โดยวิธีการผ่าตัดหรือดึงหนังชั้น SMAS ก็จะทำเหมือนกับการทำFacelift ค่ะเราก็จะเลาะผิวหนังชั้นบนออกจากพังพืด ที่ช่วยพยุงหน้าที่เรียกว่า SMAS พังผืดนี้เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่สำคัญที่เราต้องดึงให้ตึงในการทำ S-Lift นี้จะดึงแบบสมัยก่อนที่ฮิตมากๆช่วนนึงคือดึงผ่าน malar bone มาที่ร่องแก้มและดึงมาที่กรอบหน้าเป็น3ลูปนี้
ส่วนข้อเสียของวิธีนี้คือเราจะตัดหนังออกได้ไม่เยอะมากเทียบเท่ากับการทำ Face lift สำหรับคนที่มีปัญหาเยอะแพทย์จะแนะนำการผ่าตัดดึงหน้าแบบ Full Facelift มากกว่าค่ะ

ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า Facelift ที่ The Sib Clinic

ในส่วนของขั้นตอนการผ่าตัดนั้นการดึงหน้าแบบ Full Facelift/Mini Face Lift /S-lift นั้นใช้หลักการในการดึงหน้าเหมือนกันคือดึงทั้งผิวหนังชั้นบน และดึงตึงในผิวหนังชั้นลึกชั้น SMAS แต่ Mini Face Lift จะเป็นการเปิดแผลสั้นเล็กๆ ในแต่ละจุดต่างจากการดึงหน้าแบบเดิมที่ต้องเปิดแผลเลาะยาวไรผมบริเวณขมับ ไรผมระดับหน้าผาก และไรผมด้านหลังบริเวณท้ายทอย แผลจะเป็นจุดสั้นๆ ไม่ต้องเปิดเลาะเป็นบริเวณยาวทั้งหน้าเหมือนสมัยก่อน เมื่อเปิดแผลแล้ว จะทำการเปิดผิวหนังบริเวณส่วนที่หย่อนยาวขึ้น ยกผืนพังผืดและกล้ามเนื้อขึ้นอีกชั้น เพื่อสามารถดึงให้ตึงเป็นสองชั้น (ตื้นและลึก) จากนั้นการแก้ไขชั้นกล้ามเนื้อต่างๆ ที่มีผลทำให้เกิดรอยย่น เพื่อเย็บให้กระชับพอสมควร ตัดผิวหนังและตัดกล้ามเนื้อส่วนเกินที่ทำให้เกิดรอยย่นและเย็บตึงในผิวชั้นในคือชั้น SMAS ซึ่งจะทำให้รอยเหี่ยวย่นทั้ง Fine และ Deep Wrinkle หายไป ผิวหน้าเรียบตึง และผลการดึงจะเทียบเท่ากับการดึงหน้าแบบ Full Face Lift เลยที่เดียว
ศัลยแพทย์อาจจะแนะนำดมยาสลบหรือฉีดยาชา ถ้าเป็นการทำศัลยกรรมดึงหน้าบางส่วนที่ไม่มาก กรณีที่คิ้วตก แก้มย้อย หางตาหย่อน ร่องแก้ม ร่องจมูก ก็จะดึงส่วนบน 45 องศา จะเปิดแผลเล็กเปิดบริเวณขอบหูด้านหน้า และอาจจะเว้าขึ้นไปบริเวณติ่งหน้ารูหูเล็กน้อย จากนั้นจึงลากผ่านเข้าไปในผมอีกที เพื่อซ่อนแผลไว้ในเส้นผม โดยในสมัยก่อนแผลผ่าตัดจะยาวจากหูซ้ายถึงหูขวา กรณีที่หน้าผากที่เหี่ยวย่นก็จะเปิดแผลเล็กที่ด้านบนไรผมระดับกลางหน้าผาก และถ้าเหี่ยวย่นบริเวณคอหย่อนก็เปิดแผลดึงเก็บตรงไรผมท้ายทอย ในการผ่าตัดดึงคอจะเอาไขมันส่วนเกินออกแล้วเย็บกล้ามเนื้อที่แยกออก จนเห็นเป็นสันเข้มาหากัน และตัดหนังส่วนเกินออกทางด้านหลัง

หลังทำ Facelift

การฟื้นคืนสภาพปกติจะใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน ในขณะรอยช้ำลดลง งดกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อบาดแผล เพื่อลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนั้นเอง

การดูแลหลังผ่าตัด

1. ประคบเย็นที่ใบหน้า (บริเวณหน้าผาก, แก้ม 2 ข้าง) วันละ 4 ครั้ง เพื่อลดอาการบวม ประมาณ 3 – 5 วัน
2. นอนยกศีรษะสูง (หนุนหมอน 2 ใบ) เพื่อลดอาการบวม
3. ผ้าตาข่ายที่พันบริเวณใบหน้านั้นปิดไว้เพียง 1 วัน เช้าวันรุ่งขึ้นให้ตัดหรือแกะออก จากนั้นสระผมได้โดยเกาอย่างเบามือ เพื่อล้างคราบเลือดออก ซับแล้วเป่าผมให้แห้ง สามารถสระผมได้ทุกวันตามปกติ
4. รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นแดง, คัน, คลื่นไส้อาเจียน, แน่นหน้าอก ให้มาพบแพทย์ทันที
5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, งดสูบบุหรี่ 2 อาทิตย์หลังผ่าตัด
6. ถ้ามีอาการเลือดออกมากผิดปกติ หรือบวมมาก ควรติดต่อแพทย์โดยทันที

Facelift สามารถทำส่วนไหนได้บ้าง?

ผลลัพธ์ที่ได้จากการศัลยกรรมดึงหน้า mini facelift ที่ the sib clinic

HOT PROMOTION

 

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *